Accessibility

Accessibility Options

สศช. ร่วมกับ สคก. และ กต. เปิดเวทีหารือภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เตรียมไทยสู่ OECD

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อหารือการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย ครั้งที่ 1 (ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม) ณ โรงแรม วี กรุงเทพฯ เอ็มแกลเลอรี โฮเทล คอลเลคชั่น โดยมีผู้แทน สศช. กระทรวง การต่างประเทศ (กต.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ร่วมบรรยายให้ข้อมูลภาพรวมความคืบหน้าการเข้าเป็นสมาชิก OECD และยังมีผู้แทนจากภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม อาทิ  ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ประธานสภาองค์การลูกจ้างสมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทย รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กรรมการผู้จัดการบริษัท แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ผู้แทนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ผู้แทนที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และนักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เข้าร่วมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็นต่อการเข้าเป็นสมาชิก OECD อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน

ในโอกาสนี้ ผู้แทน สศช. ได้นำเสนอข้อมูลเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ OECD ในฐานะผู้กำหนดมาตรฐานสากลและคลังข้อมูลของโลก พร้อมชี้ให้เห็นถึงประโยชน์และความท้าทายจากการเข้าเป็นสมาชิก OECD ต่อภาคส่วนต่าง ๆ โดยประโยชน์ที่ไทยจะได้รับ อาทิ การยกระดับธรรมาภิบาลและเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารจัดการภาครัฐ จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อชาวต่างชาติในทุกมิติ เปิดโอกาสให้ไทยแข่งขันได้ในตลาดใหม่ ๆ ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ในขณะที่ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น คือ การหามาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะ MSMEs ที่อาจมีต้นทุนสูงขึ้นจากการปรับมาตรฐานให้สอดคล้องกับ OECD ซึ่งอาจก่อให้เกิดช่องว่างหรือความเหลื่อมล้ำระหว่างธุรกิจที่ปรับตัวได้กับธุรกิจเปราะบาง ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของภาครัฐที่จะต้องร่วมหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการรองรับที่เหมาะสมต่อไป

นอกจากนี้ ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการประเมินทางเทคนิค (Technical Review) ที่ OECD อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลของไทยเพื่อนำไปจัดทำเป็นรายงานภูมิหลังเสนอต่อคณะกรรมการ OECD เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเสนอแนะ (Recommendations) แก่ไทย ในการปรับกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD ทั้งนี้ รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายที่จะเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ผู้แทน กต. ได้นำเสนอมิติด้านการต่างประเทศ โดยระบุว่าการเข้าเป็นสมาชิก OECD เป็นเครื่องมือสำคัญในการเร่งปฏิรูปโครงสร้างประเทศเพื่อมุ่งสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การทูตเชิงรุก การเป็นสะพานเชื่อมโยงข้อมูล และการเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capacity Building) ขณะเดียวกัน ผู้แทน สคก. ได้ชี้แจงมิติด้านกฎหมายและการกำกับดูแล โดยเน้นย้ำการยกระดับกฎหมายทั้งประเทศให้โปร่งใส คาดการณ์ได้ และไม่สร้างภาระเกินจำเป็น ซึ่งที่ผ่านมาได้บูรณาการร่วมกับ 176 หน่วยงาน ในการตรวจสอบความสอดคล้องของกฎหมายและนโยบายไทยแล้วกว่า 65,000 ฉบับ

ในช่วงสุดท้าย เป็นการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยผู้แทนภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ได้แสดงความประสงค์ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการขับเคลื่อนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้มากขึ้น พร้อมเสนอข้อเสนอแนะแก่ภาครัฐในการเตรียมพร้อมสำหรับมาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่านใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ (1) การคุ้มครองแรงงานและมาตรฐานการจ้างงาน ควรมีมาตรการรองรับผลกระทบด้านค่าครองชีพ เนื่องจากการยกระดับกฎหมายแรงงานอาจผูกพันต่อโครงสร้างต้นทุนการจ้างงาน (2) เศรษฐกิจนอกระบบและการปรับตัวของ MSMEs ควรมีมาตรการช่วยเหลือ/สนับสนุนเพื่อลดภาระต้นทุนจากปรับการดำเนินธุรกิจตามมาตรฐาน OECD ควบคู่กับการพัฒนาช่องทางการสื่อสารเชิงรุกให้ทั่วถึง เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ประกอบการบางส่วนที่กระตือรือร้นและพร้อมที่จะปรับตัว แต่ยังขาดกลไกการประสานงานและการเข้าถึงข้อมูลเรื่องมาตรฐาน OECD ทำให้ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน (3) บทบาทของเด็กและเยาวชน ควรเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนร่วมแสดงความคิดเห็นและกำหนดนโยบายระยะยาว เนื่องจากเป็นผู้ได้รับประโยชน์และ/หรือผลกระทบโดยตรงในอนาคต (4) มาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่ต้องยกระดับให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกระดับสามารถแข็งขันได้อย่างเท่าเทียม และ (5) การเข้าถึงข้อมูล ความคืบหน้า และระบบการประสานงาน ควรเร่งพัฒนากลไกการสื่อสารร่วมกับหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อลดช่องว่างทางการสื่อสารและผลักดันกระบวนการขับเคลื่อนมาตรฐาน OECD ให้เกิดความต่อเนื่องอย่างยั่งยืนต่อไป

ติดตามความคืบหน้าการเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้ที่ https://inter.nesdc.go.th/th2oecd/

ข่าว : กองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ
ภาพ : เมฐติญา  วงษ์ภักดี