เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงเศรษฐกิจและการวางแผน (Ministry of Economy and Planning: MEP) แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหารือเชิงนโยบาย Thailand–Saudi Arabia Policy Dialogue on Strategic Synergies ครั้งที่ 1 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของไทยและซาอุดีอาระเบียเพื่อมุ่งสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งศึกษาแนวทางการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้ในการออกแบบนโยบายสาธารณะเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและการปฏิรูปโครงสร้างของประเทศ โดยการประชุมฯ มีตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาควิชาการจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมมากกว่า 50 คน ทั้งนี้ การประชุมฯ เป็นหนึ่งในกิจกรรมความร่วมมือภายใต้คณะกรรมการเศรษฐกิจและการค้าของสภาความร่วมมือซาอุดีอาระเบีย–ไทย (Saudi–Thai Coordination Council: STCC) ซึ่งเป็นกลไกทวิภาคีในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
ในโอกาสนี้ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. กล่าวเปิดการประชุม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายระดับโลกที่ผันผวนและซับซ้อน ขณะเดียวกันประเด็นหัวข้อการประชุมประกอบด้วย การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับชาติ และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฐานะเครื่องมือเชิงนโยบายและกลไกขับเคลื่อนการพัฒนา เป็นสิ่งทั้งสองฝ่ายต่างตระหนักถึงความสำคัญ เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับกระบวนการวางแผนการพัฒนาของประเทศทั้งระบบและมีความเชื่อมโยงกันโดยตรง ด้วยเหตุนี้ การประชุมฯ จึงถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดี ตลอดจนวางรากฐานความร่วมมือระดับสถาบันในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่ง และนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศต่อไปในอนาคต
ขณะที่ Ms. Rozan Naji ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ MEP เป็นผู้แทนฝ่ายซาอุดีอาระเบีย ร่วมกล่าวเปิดการประชุมฯ โดยเน้นย้ำว่าการประชุมหารือเชิงนโยบายในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการเสริมสร้างความร่วมมือระดับทวิภาคีเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และเน้นย้ำความสำคัญของ STCC ในฐานะกลไกเชิงสถาบันที่นำมาซึ่งผลลัพธ์เชิงบวกในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างกันในห้วงที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียเน้นย้ำความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับไทยอย่างต่อเนื่อง และการประชุมฯ นี้จะเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีด้านนโยบายเพื่อเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันในอนาคตต่อไป
การประชุมฯ แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่
1. แนวคิดยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับชาติ (The Concept of the National Development Strategies) โดยมี ดร. อานันท์ชนก สกนธวัฒน์ รักษาการที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สศช. และ Ms. Basma Jamjoom ผู้อำนวยการบริหาร สายงานขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ สำนักงานบริหารเชิงยุทธศาสตร์แห่งซาอุดีอาระเบีย เป็นวิทยากร และดำเนินการหารือโดย Ms. Dana Damanhouri ผู้อำนวยการฝ่ายคณะกรรมการร่วม MEP ในโอกาสนี้ วิทยากรได้นำเสนอการวิเคราะห์ความท้าทายด้านเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศ ซึ่งถูกนำมาปรับใช้เป็นแนวคิดในการกำหนดนโยบายสาธารณะและจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ โดยเฉพาะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ของไทย และ Vision 2030 ของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงร่วมแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติเกี่ยวกับกลไกในการขับเคลื่อนแผนการพัฒนาระดับชาติไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังนำเสนอการประยุกต์ใช้ตัวชี้วัดเชิงปริมาณที่ใช้ในการประเมินผลความสำเร็จแผนการพัฒนาระดับชาติ
2. ปัญญาประดิษฐ์ในฐานะเครื่องมือเชิงนโยบายและการกำกับดูแล และกลไกขับเคลื่อนการพัฒนา (Artificial Intelligence as Policy and Regulatory Toolkit and Development Engine) โดยมี ดร. ณรัณ โพธิ์พัฒนชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมายและประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และ Dr. Wajdi Aljedaani ผู้อำนวยการฝ่ายประเมินระดับความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์ สำนักงานข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์แห่งซาอุดีอาระเบีย เป็นวิทยากร และดำเนินการหารือโดยนางสาวพจนาพร กฤชติทายาวุธ ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง สศช. โดยวิทยากรได้ร่วมแลกเปลี่ยนการประยุกต์ใช้ AI ในการยกระดับขีดความสามารถของภาครัฐในด้านวงจรการบริหารนโยบาย (Plan-Do-Check-Act: PDCA) เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับชาติและการปฏิรูปโครงสร้างของประเทศ และวิเคราะห์ถึงความท้าทายที่สำคัญในการนำ AI มาใช้ในการกำหนดนโยบายสาธารณะและการปฏิรูปกฎระเบียบ ตลอดจนหารือถึงแนวทางการสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และขีดความสามารถทางดิจิทัลภายในหน่วยงานภาครัฐ พร้อมทั้งนำเสนอบทบาทของ AI ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและการเติบโตอย่างครอบคลุม
การประชุมฯ ในครั้งนี้ เป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการประชุมจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาควิชาการ ของทั้งสองประเทศได้ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีเพื่อนำมาปรับใช้ในการดำเนินงานด้านนโยบายสาธารณะและการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีมาตรฐานและธรรมาภิบาลเพื่อยกระดับขีดความสามารถของภาครัฐในระยะต่อไป นอกจากนี้ การประชุมฯ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญภายใต้ STCC ในการเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ