เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วย นายสุรรัฐ เนียมกลาง ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน นายอธิพงศ์ หิรัญเรืองโชค ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนเจ้าหน้าที่กองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน และกองยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้เดินทางไปเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ณ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งได้รับการต้อนรับจากนายยงยุทธ ภักตร์ดวงจันทร์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านกลยุทธ์การลงทุนและกิจการองค์กร นายกิตติศักดิ์ เงินงอกงาม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่จากส่วนงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการบรรยายภาพรวมของการดำเนินธุรกิจและนำคณะศึกษาดูงานภายในสายการผลิต
สำหรับบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทด้านอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในเครือ เดลต้า กรุ๊ป (Delta Group) ที่มีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2531 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2538 และปัจจุบันได้กลายเป็นสำนักงานใหญ่ในระดับภูมิภาค เป็นศูนย์กลางการผลิตของอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “Realizing an Intelligent, Sustainable, and Connecting World” โดยเริ่มต้นจากการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ Inductors, Power Modules, Resistors, Current Sensing Resistors และ Transformers ก่อนต่อยอดธุรกิจไปเป็นผู้รับจ้างออกแบบและผลิตสินค้าครบวงจร (ODM) และพัฒนาไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของตนเอง (OBM) ก่อนขยายสู่การผลิตและให้บริการธุรกิจ Solutions สำหรับการจัดการด้านพลังงานและการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น พัดลมระบายความร้อน ตัวกรองสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า สวิตช์ควบคุมกระแสไฟฟ้าและพลังงาน และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยแปลงระดับของไฟฟ้ากระแสตรง ที่สามารถเชื่อมโยงการใช้งานกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การสื่อสารและโทรคมนาคม ยานยนต์สมัยใหม่ อุปกรณ์การแพทย์และสุขภาพ เครื่องจักร หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ พลังงานหมุนเวียน ICT Infrastructure และ Data Center
ด้านการพัฒนากำลังคน บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการ “Delta University Project” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาครัฐ เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่สามารถรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยปัจจุบันได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย 7 แห่ง ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยบูรพา นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนิน Delta Training Program ซึ่งได้ปรับจากการพัฒนาทักษะนักศึกษาโดยตรงมาเป็นการพัฒนาอาจารย์และครูผู้สอน เพื่อให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดกิจกรรม Delta Camp เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าร่วมการแข่งขัน Delta Cup ณ ประเทศจีน เพื่อนำเสนอแนวคิดและรูปแบบธุรกิจ (Pitching)
ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ขยายฐานกำลังคนด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาทักษะไปสู่ระดับโรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการและฉะเชิงเทรา
นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือในประเด็นการสนับสนุนการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง บริษัทฯ ได้สะท้อนถึงข้อกังวลและอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการลงทุนในอนาคตที่ต้องเร่งหาแนวทางในการแก้ไข ได้แก่
(1) อุปสรรคในการขยายการลงทุนและการตั้งโรงงานและอาคารวิจัยและพัฒนานอกนิคมอุตสาหกรรม ยังต้องเผชิญข้อจำกัดหลายด้านทั้งกระบวนการอนุญาตที่ใช้เวลานานและภาครัฐขาดการให้บริการแบบ One-stop Service
(2) ข้อจำกัดด้านกฎหมายผังเมืองที่มีกฎระเบียบที่ทับซ้อนระหว่างหน่วยงาน รวมถึงอุปสรรคทางกายภาพ เช่น มีคลองสาธารณะขวางกั้นพื้นที่ ทำให้ต้องใช้เวลานานถึง 2 ปี ในการแก้ไขปัญหาก่อนเริ่มการก่อสร้าง
(3) ข้อกำหนดอัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน (Floor Area Ratio: FAR) ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับลักษณะของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้สร้างอาคารได้เพียง 1.5 เท่าของพื้นที่ดิน (1:1.5) ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อรูปแบบโรงงานที่สามารถสร้างในแนวสูงได้ อีกทั้งยังมีความกังวลต่อ
(4) ผลกระทบจากการบังคับใช้มาตรการ Global Minimum Tax ซึ่งกำหนดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำร้อยละ 15 จะส่งผลให้ภาระภาษีของบริษัทเพิ่มขึ้น และอาจกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในประเทศไทย รวมทั้งความล่าช้าในการออกมาตรการเครดิตภาษี (QRTC) เพื่อกำหนดประเภทค่าใช้จ่ายที่สามารถขอคืนภาษีได้ เช่น ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา และการพัฒนาบุคลากร หากประเทศไทยยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนและสร้างแรงจูงใจต่อนักลงทุนได้เพียงพอ อาจทำให้การลงทุนใหม่ย้ายไปยังประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
ข่าว : กองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันภาพ : จักรพงศ์ สวภาพมงคล