เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 มูลนิธิพัฒนาไท (มพท.) ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “รวมพลังถอดบทเรียนวุฒิอาสาธนาคารสมอง เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ โรงแรมเซ็นทารา อุดร อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม 324 คน ประกอบด้วย วุฒิอาสาธนาคารสมองจากทั่วประเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กรรมการมูลนิธิพัฒนาไท ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. และ มพท.
การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะพระราชดำริในการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุที่เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ ได้นำศักยภาพของตนเองมาสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ อันเป็นแนวคิดสำคัญที่นำมาสู่การดำเนินงานของวุฒิอาสาธนาคารสมอง โดยรูปแบบการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ประกอบด้วย
ช่วงเช้า นายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม โดยกล่าวถึงจังหวัดอุดรธานีว่ามีภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ รวมทั้งมีเครือข่ายชุมชน/ภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับบทบาทของวุฒิอาสาฯ ในการสืบสานพระราชปณิธานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชิญชวนผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านเข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก ซึ่งจังหวัดอุดรธานีเป็นเจ้าภาพ ในระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 11 มีนาคม 2570 จากนั้น นางสาววรวรรณ พลิคามิน รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาไท ได้กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์ และสาระสำคัญของการจัดประชุม ซึ่งมุ่งเปิดพื้นที่ให้วุฒิอาสาฯ จากทุกภูมิภาคได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และถอดบทเรียนการดำเนินงานและแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อนำไปต่อยอดและขยายผลการทำงานในพื้นที่ พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายของวุฒิอาสาฯ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยนายปรเมธี วิมลศิริ ประธานกรรมการมูลนิธิพัฒนาไท ประธานในพิธีได้กล่าวเปิดการประชุมเน้นย้ำถึงความสำคัญของแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงให้มีการรวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์จากหลากหลายสาขามาร่วมทำประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ จนนำไปสู่การก่อตั้ง “ธนาคารสมอง” ซึ่งเป็นคลังปัญญาอันทรงคุณค่าของชาติ ในการส่งต่อองค์ความรู้และประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น แนวพระราชดำริดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาสมัยใหม่ ทั้งการพัฒนาทุนมนุษย์ ทุนทางสังคม การสูงวัยอย่างมีพลัง (Active Aging) และการเข้าสู่สังคมสูงวัยในระดับสุดยอด โดยการขับเคลื่อนงานของวุฒิอาสาฯ จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยน “ทุนทางปัญญา” ให้เป็น “คุณค่าทางสังคม” สะท้อนให้เห็นถึงการสานต่อพระราชปณิธานให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
ต่อมา เป็นพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพระสงฆ์ 10 รูป จากวัดนิโรธพิมพาราม (สาขาวัดนาหลวง) จังหวัดอุดรธานี ได้เจริญพระพุทธมนต์ สดับปกรณ์ และกรวดน้ำ ซึ่งประธานกรรมการมูลนิธิพัฒนาไท พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และกรรมการมูลนิธิพัฒนาไท ร่วมประกอบพิธีถวายผ้าไตรและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จากนั้นเป็นการบรรยายหัวข้อ “แสงแห่งพระเมตตาพระพันปี” โดยพระธรรมวิทย์ ฐานธมฺโม ประธานมูลนิธิพุทธเมตตาบารมีเพื่อสังคม และวุฒิอาสาฯ จังหวัดหนองคาย โดยกล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงอุทิศพระองค์ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อทรงรับทราบปัญหาและพระราชทานความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ ได้ขอให้วุฒิอาสาฯ ทุกคน น้อมนำพระราชปณิธานและพระราชจริยวัตรแห่งการทำความดีมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และเปลี่ยนความโศกเศร้าจากการสูญเสียให้เป็นพลังแห่งความดี ด้วยการนำความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่มี มาร่วมกันช่วยเหลือสังคม พัฒนาชุมชน และสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานและร่วมกันพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคง และยั่งยืนสืบไป
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเวทีในการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงแล้ว ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมโยงคน องค์ความรู้ และประสบการณ์จากทั่วประเทศ ให้เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ร่วมกัน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนางาน ตลอดจนการสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือของวุฒิอาสาฯ ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ จากพระราชปณิธาน สู่พลังปัญญาของวุฒิอาสาฯ และจากองค์ความรู้ในพื้นที่ สู่การสร้างคุณค่าแก่สังคม เพื่อการพัฒนาประเทศที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป