Accessibility

Accessibility Options

เลขาธิการสภาพัฒน์เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นในงาน “EARTH JUMP 2026: A BRIDGE TO EMPOWERED ACTIONS”

วันนี้ (10 มิถุนายน 2569) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นในหัวข้อ “Natural Capital: ทุนธรรมชาติ รากแก้วแห่งเศรษฐกิจและสังคมไทย” (Valuing the Veins of Thailand: NCA as a Shield for National Economic Resilience) ในงาน EARTH JUMP 2026: A BRIDGE TO EMPOWERED ACTIONS จัดโดยธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ Ms. Melinda Good, Division Director for Thailand and Myanmar, World Bank. และนายพิพิธ เอนกนิธิ ประธานกิจยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย โดยมี ดร. วิทย์ สิทธิเวคิน เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ Paragon Hall ชั้น 5 Siam Paragon

เลขาธิการฯ กล่าวว่า แนวคิดหลักของบัญชีทุนธรรมชาติ (Natural Capital Account – NCA) เปรียบเสมือนบัญชีทุนด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งจะช่วยให้ประเทศมีฐานข้อมูลที่จะสามารถชี้วัด ประเมินมูลค่า และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งบัญชีดังกล่าวครอบคลุมการประเมินใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ ทุนทางชีวภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ ทุนทางวัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการผลิต การดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจเชิงนโยบายบนหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based decision making) เนื่องจากมีชุดข้อมูลตัวเลขที่ชัดเจนรองรับ ตลอดจนสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากร ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญภายใต้แผนพัฒนาประเทศ อีกทั้งข้อมูล NCA ยังเป็นตัวแปรสำคัญในการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์เกณฑ์ ESG ของภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยเอื้อต่อการอนุมัติสินเชื่อหรือแหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Financing)

อย่างไรก็ดี การดำเนินงานดังกล่าวอาจต้องเผชิญความท้าทายและข้อจำกัด โดยเฉพาะฐานข้อมูลในประเทศไทยที่ยังกระจัดกระจายและไม่เป็นระบบ ทำให้ต้องเริ่มจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลที่จำเป็นต้องจัดเก็บ ประกอบกับกระบวนการจัดเก็บและการประมวลผลฐานข้อมูลดังกล่าวมีความซับซ้อนสูง จึงต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือและองค์ความรู้จากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญในระดับสากล เช่น ธนาคารโลก (World Bank) ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยจัดเก็บข้อมูล

ในส่วนของการนำนโยบายไปปฏิบัติจริง เลขาธิการฯ ได้ยกกรณีศึกษาพื้นที่ต้นแบบ ณ บ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเดิมประสบปัญหาราษฎรบุกรุกป่าเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพด และประชาชนยังขาดสิทธิในที่ดินทำกิน ที่ผ่านมา สศช. ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขเชิงรุกเพื่อสร้างสมดุลให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ ผ่านการส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวที่มีมูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนและลดพื้นที่ปลูกข้าวโพด ควบคู่ไปกับการนำกลไกคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) มาใช้ เพื่อสร้างรายได้และแรงจูงใจเสริมในการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้แก่ชุมชน สำหรับผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานในพื้นที่ต้นแบบระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา สามารถสร้างความก้าวหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการจัดสรรที่ดินทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติให้แก่ราษฎรไปแล้วจำนวน 4,828 ไร่ และส่งมอบสมุดสิทธิการทำกิน (คทช.) จำนวน 413 เล่ม ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิต เช่น การซ่อมแซมสะพานเส้นทางคมนาคม การพัฒนาแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคในโรงเรียนบ้านน้ำรีพัฒนา และการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปให้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพื่อแก้ไขปัญหากระแสไฟฟ้าดับ ป้องกันวัคซีนเสื่อมสภาพ และยกระดับการให้บริการแพทย์ทางไกล (Telehealth) เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริต่อไป

ข่าว/ภาพ : เมฐติญา วงษ์ภักดี