เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 นางสาววรวรรณ พลิคามิน รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาไท ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Trust ฉบับที่ 77 ประจำเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2569 ของกลุ่มธนาคารทิสโก้ ในคอลัมน์ “All Around Me” ภายใต้หัวข้อ “ทำความรู้จักวุฒิอาสาธนาคารสมอง พื้นที่สำหรับคนวัยเกษียณยังมีพลัง และความตั้งใจร่วมพัฒนาประเทศ” ซึ่งเป็นนิตยสารรายไตรมาส มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความรู้ทางการเงิน การลงทุน เศรษฐกิจ บทสัมภาษณ์บุคคลสำคัญ รวมถึงสาระความรู้และไลฟ์สไตล์ให้กับกลุ่มลูกค้าธนกิจและลูกค้าผู้บริหารระดับสูงในองค์กรต่าง ๆ
รองเลขาธิการฯ กล่าวว่า “ธนาคารสมอง” ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2543 ตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเล็งเห็นว่า ผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้วในวัย 60 ปี ยังสามารถนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาร่วมเป็นพลังหนุนเสริมการพัฒนาประเทศในฐานะ “วุฒิอาสาธนาคารสมอง” โดยแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาภายใต้บริบทสังคมสูงวัย ที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุที่ยังเป็น Active Aging สามารถมีบทบาทในสังคมได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สภาพัฒน์ฯ ทำหน้าที่เป็นหน่วยทะเบียนกลางธนาคารสมอง ตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2543 และมีมูลนิธิพัฒนาไท (มพท.) ทำหน้าที่สนับสนุนวุฒิอาสาฯ ให้เป็นกลไกสำคัญในการแปลงแผนพัฒนาประเทศไปสู่การปฏิบัติ และเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการพัฒนาในเชิงพื้นที่
ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี ของการดำเนินงานธนาคารสมอง ด้วยบริบทโลกและทิศทางการพัฒนาของประเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะการก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ สศช. และ มพท. ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบ/แนวทางการทำงานของวุฒิอาสาฯ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น เริ่มจากการปรับปรุงฐานข้อมูลวุฒิอาสาฯ ให้เป็นปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับวุฒิอาสาฯ ที่สามารถติดต่อได้และมีผลการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2,800 คน จากเดิมที่เคยมีอยู่ราว 7,000 คนทั่วประเทศ และเน้นการขับเคลื่อนงานกับวุฒิอาสาฯ ที่มีการขับเคลื่อนงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 70 ปี ที่มีอยู่ประมาณร้อยละ 35 และเป็นกำลังสำคัญของการดำเนินงานในปัจจุบันในการทำงานเชิงพื้นที่ โดยใช้องค์ความรู้/ภูมิปัญญาด้านที่สั่งสมมาจากประสบการณ์การทำงาน (Tacit Knowledge)
การดำเนินงานของธนาคารสมองในปัจจุบัน มุ่งยกระดับการทำงานของวุฒิอาสาฯ จาก “ปัจเจกบุคคล” สู่ “การขับเคลื่อนงานแบบเครือข่ายในระดับกลุ่มจังหวัด” โดยเน้นให้วุฒิอาสาฯ มีบทบาทนำ (Key Player) ในการเป็นเจ้าของ ร่วมคิด ร่วมหาแนวทางแก้ปัญหาให้กับชุมชนท้องถิ่นของตนเอง และเป็นพลังทางสังคมหนุนเสริม/ปิดช่องว่างการทำงานในระดับพื้นที่ในส่วนที่ภาครัฐยังเข้าไม่ถึง โดย สศช. และ มพท. สนับสนุนการเปิดพื้นที่และสร้างกลไกให้วุฒิอาสาฯ มีการรวมกลุ่ม และขับเคลื่อนงานร่วมกับเครือข่ายต่าง ๆ ตามบริบทและความต้องการของพื้นที่ ทั้งในระดับจังหวัด และกลุ่มจังหวัด โดยมีโครงการขับเคลื่อนสำคัญ อาทิ โครงการพื้นที่ปฏิบัติการที่ยั่งยืน (SDG Lab) ซึ่งมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)/เวทีประชาคมให้วุฒิอาสาฯ และภาคีเครือข่าย ได้คัดเลือกประเด็นปัญหาจากสถานการณ์ในพื้นที่ กำหนดแนวทางการดำเนินงาน รวมทั้งระดมทรัพยากรและความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือวางแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยมีตัวอย่างสำคัญ ได้แก่ (1) การแก้ไขปัญหาช้างป่าภาคตะวันออก โดยวุฒิอาสาฯ จังหวัดสระแก้ว ร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งมหาเจริญกรมอุทยานฯ นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) มาใช้จัดทำ “ผังตำบล” เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง และกำหนดแนวทางการจัดการปัญหา โดยได้ขยายผลจากระดับตำบลไปสู่ระดับอำเภอ และจังหวัด ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และ (2) การบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ 3 จังหวัด ลุ่มน้ำแม่กลอง (สมุทรสงคราม ราชบุรี และกาญจนบุรี) โดยวุฒิอาสาฯ ร่วมกับเครือข่ายองค์กรผู้ใช้น้ำ อปท. และสถาบันนาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ขับเคลื่อนการจัดทำข้อมูลสารสนเทศการบริหารจัดการน้ำระดับตำบลเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำในพื้นที่ โดย สศช. เป็นผู้ประสานความร่วมมือในการผลักดันการนำเครื่องมือ/นวัตกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำไปใช้ในพื้นที่
นอกจากนี้ สศช. และ มพท. ยังได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “เชื่อมเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาวุฒิอาสาธนาคารสมอง ระดับกลุ่มจังหวัด” เพื่อเปิดพื้นที่ให้วุฒิอาสาฯ ได้ทำความรู้จักกันและร่วมหารือประเด็นการขับเคลื่อนงาน ที่สอดคล้องกับสถานการณ์/แผนการพัฒนาของพื้นที่ โดยมีการนำเสนอข้อมูลสถานการณ์การพัฒนาจากแผนพัฒนาภาค แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนพัฒนาจังหวัด และดัชนีความก้าวหน้าของคน (HAI) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ประเด็นปัญหา/ความท้าทาย และกำหนดแนวทางในการดำเนินงานร่วมกันในระดับกลุ่มจังหวัด รวมทั้งส่งเสริมการขับเคลื่อนงานบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence – Based) โดยให้วุฒิอาสาฯ และเครือข่ายภาคประชาสังคม มีทักษะในการวิเคราะห์ และนำข้อมูลเชิงพื้นที่มาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ร่วมกับ มพท. พัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลดิจิทัลชุมชนเข้มแข็ง “Thailand Integrated Social Ecosystem Platform (TISEP)” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มในการวิเคราะห์ข้อมูลและชี้เป้าสถานการณ์การพัฒนาของพื้นที่ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และประชากร ครอบคลุมตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล รวมถึงทุน/ทรัพยากรในพื้นที่ อาทิ ทุนทางสังคม ทุนทางเศรษฐกิจและการเงิน เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้วุฒิอาสาฯ และเครือข่าย สามารถวิเคราะห์ปัญหาและการจัดทำข้อเสนอโครงการพัฒนาได้อย่างมีหลักการ ตามกรอบ 5W1H (What Why Who When Where How) ที่สอดคล้องกับศักยภาพและบริบทของพื้นที่
สำหรับทิศทางและการดำเนินงานในระยะต่อไป สศช. และ มพท. จะมุ่งสร้างความตระหนักรู้และแรงบันดาลใจต่อการขับเคลื่อนงานของวุฒิอาสาฯ ให้มากขึ้น ผ่านการเผยแพร่ข้อมูลและผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมสู่สาธารณะ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่เข้าถึงง่ายและสอดคล้องกับพฤติกรรมของคนในปัจจุบัน อาทิ TikTok Facebook YouTube การจัดทำคลิปวิดีโอสั้น และพัฒนา Dashboard ข้อมูลวุฒิอาสาฯ ผ่านทางเว็บไซต์ รวมถึงจะดำเนินการสังเคราะห์ผลการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม ตลอดจนองค์ความรู้/ภูมิปัญญาเฉพาะด้านของวุฒิอาสาฯ (Tacit Knowledge) อาทิ การทำเกษตรกรรมแบบลดการเผา เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบ (Model) และบทเรียน (Lesson Learned) ให้วุฒิอาสาฯ และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ได้เรียนรู้ และนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ มพท. ยังอยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานของวุฒิอาสาฯ เพื่อกำหนดกรอบแนวทางในการบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย (Synergy) ในระยะ 5 ปี ภายใต้กรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนใน 5 มิติ (5Ps) ได้แก่ People Planet Prosperity Peace และ Partnership
รศช.วรวรรณฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ขอเชิญชวนผู้ที่มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อสังคมมาร่วมกันเป็นสมาชิกเครือข่ายธนาคารสมอง มาช่วยกันทำงานเพื่อแก้ปัญหาและหนุนเสริมการทำงานของภาครัฐ ทั้งในระดับพื้นที่ จังหวัด กลุ่มจังหวัด และภูมิภาค ซึ่ง สศช. และ มพท จะมีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ท่านสามารถสร้างเครือข่าย และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยสามารถสมัครได้ผ่านเว็บไซต์ธนาคารสมอง (http://brainbank.nesdc.go.th) หรือผ่านวุฒิอาสาฯ และเครือข่ายที่เรามีอยู่ทั่วประเทศ
ข่าว: กองยุทธศาสตร์การพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม (กสท.)ภาพ: จักรพงศ์ สวภาพมงคล