Accessibility

Accessibility Options

สภาพัฒน์เปิดตัวแพลตฟอร์ม Thailand Integrated Social Ecosystem Platform (TISEP) : ปลดล็อกพลังขับเคลื่อนหุ้นส่วนพัฒนาในพื้นที่ด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์

     เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาไท (มพท.) จัดประชุมสัมมนาเปิดตัวแพลตฟอร์ม Thailand Integrated Social Ecosystem Platform (TISEP) : ปลดล็อกพลังขับเคลื่อนหุ้นส่วนพัฒนาในพื้นที่ด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์ม TISEP (ไท-เซป) อย่างเป็นทางการ และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการนำข้อมูลเชิงประจักษ์มาใช้สนับสนุนการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมรวมประมาณ 90 คน

     นางสาววรวรรณ พลิคามิน รองเลขาธิการ สศช. และเลขาธิการ มพท. กล่าวเปิดการประชุม และชี้แจงวัตถุประสงค์ของการพัฒนาแพลตฟอร์ม TISEP ว่าเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการจัดทำนโยบายจากแนวทางเดิมที่มีลักษณะ One-Size-Fits-All และมีข้อมูลกระจัดกระจาย ไปสู่การออกแบบนโยบาย
บนฐานข้อมูลที่มีการบูรณาการเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับมหภาคจนถึงระดับพื้นที่ (Macro–Micro Link) ในลักษณะ Tailor-Made เพื่อให้สามารถมองเห็นสถานการณ์การพัฒนา ประเด็นปัญหา ตลอดจนทุนและศักยภาพที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ได้อย่างรอบด้าน อันจะช่วยให้สามารถชี้เป้าช่องว่างการพัฒนา และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบายให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     จากนั้น นายไพรัตน์ กล่ำทอง ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์การพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม นำเสนอภาพรวมของแพลตฟอร์ม TISEP : ข้อมูลเชิงประจักษ์ระดับพื้นที่ โดยระบุว่า การขาดข้อมูลในระดับพื้นที่เป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้การกำหนดนโยบายหรือแนวทางการแก้ไขปัญหาอาจขาดความแม่นยำ และมองข้ามศักยภาพและต้นทุนที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ แพลตฟอร์ม TISEP จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลที่สนับสนุนการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อเปิดโอกาสให้ท้องที่ ท้องถิ่น ท้องทุ่ง เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ โดย TISEP จะรวบรวมและนำเสนอข้อมูลสถานการณ์การพัฒนาตั้งแต่ระดับจังหวัด อาทิ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด ความยากจน โครงสร้างเศรษฐกิจ และดัชนีความก้าวหน้าของคน (HAI) ระดับอำเภอ อาทิ ดัชนีความเข้มแข็งของชุมชน โครงสร้างประชากร และระดับตำบล อาทิ ผู้มีบัตรประจำตัวคนพิการ และการรวมกลุ่มในพื้นที่ รวมทั้งข้อมูลทุนในพื้นที่ ได้แก่ ทุนทางสังคม ทุนทางเศรษฐกิจและการเงินและทุนมนุษย์ เพื่อให้ภาคส่วนต่าง ๆ สามารถวิเคราะห์และค้นหาช่องว่างการพัฒนา ชี้พื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนสร้างแนวร่วมในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่

     นอกจากนี้ สศช. และ มพท. ร่วมกับสถาบันส่งเสริมภาคประชาสังคม (สสป.) ยังได้นำแพลตฟอร์ม TISEP ไปทดลองใช้กับภาคประชาสังคมใน 4 ภูมิภาค ครอบคลุม 10 จังหวัด เพื่อออกแบบข้อเสนอโครงการเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ของตนเอง ผลการนำร่อง พบว่า TISEP ช่วยให้ภาคประชาสังคมเห็นความหลากหลายและความเชื่อมโยงของปัญหาในพื้นที่ได้รอบด้านมากยิ่งขึ้น กระตุ้นให้เกิดการวิเคราะห์เพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาและแนวทางการแก้ไข ตลอดจนช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาคประชาสังคมและภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่

     การประชุมฯ ยังจัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “พลังข้อมูลสู่การสร้างความร่วมมือรัฐ – ประชาสังคม” ดำเนินรายการโดยนางสาวเอด้า จิรไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการ เทใจดอทคอม โดยนายสุมิทธิ์ เกศวพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กล่าวถึงทิศทางนโยบายภาครัฐในปัจจุบันว่า ประเทศไทยเข้าร่วมภาคีภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership) ซึ่งให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดบริการสาธารณะ และการเปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลของรัฐ (Open Data) เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐให้มีความสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน สำนักงาน ก.พ.ร. อยู่ระหว่างการผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติยกระดับการบริหารงานภาครัฐให้มีความทันสมัย พ.ศ. …. เพื่อส่งเสริมการบริหารงานในลักษณะเครือข่ายร่วมกับภาคธุรกิจเอกชนและภาคประชาสังคม โดยแพลตฟอร์ม TISEP จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยชี้เป้าประเด็นหรือพื้นที่ที่เป็น “จุดคานงัด” ของการพัฒนา และสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนสามารถร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ได้อย่างตรงจุดและแม่นยำยิ่งขึ้น

     ลำดับต่อมา นายจิติวัฒน์ จึงสมประสงค์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและสารสนเทศ สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร นำเสนอตัวอย่างการขับเคลื่อนนโยบายข้อมูลเปิดของกรุงเทพมหานคร ผ่านระบบ BMA Data Bangkok ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานภายในกว่า 1,530 ชุด ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและหลักการ “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” (Open by Default) รวมถึงการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อติดตามนโยบายหรือโครงการ (Bangkok Open Policy) และรับแจ้งปัญหาหรือข้อเสนอแนะจากประชาชน (Traffy Fondue) ซึ่งกรุงเทพมหานครเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปวิเคราะห์ ต่อยอด และเสนอแนะแนวทางเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในหลากหลายมิติ อาทิ การวางแผนธุรกิจหรือการลงทุน การศึกษาวิจัยเชิงนโยบาย การค้นหากลุ่มเปราะบางที่อาจตกหล่นจากระบบ รวมถึงการติดตามและตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ

     ถัดมา นายณัฐพล เทศขยัน ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงบทบาทของ สสส. ในการส่งเสริมให้ภาคประชาสังคมนำข้อมูลมาใช้สนับสนุนการดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยการนำข้อมูลในระดับมหภาค อาทิ ข้อมูลปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ ดัชนีความยากจนหลายมิติ เป็นต้น มาผสานกับการทำงานของเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่ เพื่อร่วมกันสอบทานและเติมเต็มข้อมูล ส่งผลให้การติดตามและประเมินสุขภาวะของกลุ่มเปราะบางมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยมีตัวอย่างการดำเนินงาน ได้แก่ การพัฒนาดัชนีความเหลื่อมล้ำของประชากรกลุ่มเฉพาะ และการจัดเก็บข้อมูลประชากรกลุ่มเฉพาะใน 21 จังหวัด จำนวนรวม 14,347 คน โดยข้อมูลดังกล่าวได้นำไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านและพฤติกรรมเสี่ยงของกลุ่มไรเดอร์ รวมทั้งเป็นชุดข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม TISEP เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์มิติด้านสุขภาพและสุขภาวะของกลุ่มเปราะบางให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

     ในส่วนของภาคประชาสังคม นางสาวอินทิรา มานะกุล เลขานุการสมาคมพหุภาคีพัฒนาประชาสังคมจันทบุรี และวุฒิอาสาธนาคารสมอง จังหวัดจันทบุรี ได้แบ่งปันประสบการณ์การนำแพลตฟอร์ม TISEP มาใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงการทำงานกับภาครัฐ โดยเริ่มจากการใช้ข้อมูลดัชนีความเข้มแข็งของชุมชนใน TISEP ซึ่งพบว่าอำเภอแหลมสิงห์เป็นอำเภอเดียวของจังหวัดจันทบุรีที่อยู่ในกลุ่มอำเภอเปราะบาง จึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพิ่มเติมและพบว่าอำเภอแหลมสิงห์มีกลุ่มเปราะบางจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันยังมีทุนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น วิสาหกิจชุมชนและกลุ่ม OTOP เป็นจำนวนมาก จากข้อมูลดังกล่าว จึงนำไปสู่การจัดทำโครงการ “ยกระดับเศรษฐกิจสูงวัยภายใต้แหลมสิงห์โมเดล” เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุทั้ง 7 ตำบลของอำเภอแหลมสิงห์เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพและสร้างรายได้ โดยใช้ฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นและแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้รับ
การบรรจุไว้ใน (ร่าง) แผนพัฒนาจังหวัดจันทบุรี พ.ศ. 2571–2575 แล้ว

     ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนผู้สนใจ สามารถเข้าใช้งานแพลตฟอร์ม TISEP ได้จากเว็บไซต์ https://tisep.nesdc.go.th/public/main นอกจากนี้ รายละเอียดกระบวนการนำร่องใช้แพลตฟอร์ม TISEP ร่วมกับภาคประชาสังคมใน 4 ภูมิภาค 10 จังหวัด และข้อเสนอโครงการหนุนเสริมภาครัฐจัดบริการแก่กลุ่มเปราะบาง จำนวน 22 โครงการ สามารถเข้าถึงได้ ดังนี้ ภาคเหนือ (จังหวัดลำพูน และจังหวัดพะเยา) ภาคกลาง (จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดร้อยเอ็ด) และภาคใต้ (จังหวัดสตูล จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี)

 

ข่าว : กองยุทธศาสตร์การพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม (กสท.)

ภาพ : จักรพงศ์ สวภาพมงคล / กองยุทธศาสตร์การพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม (กสท.)