เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายวิชญ์พิพล ติวะตันสกุล ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน ได้รับมอบหมายให้เป็นวิทยากรบรรยายและร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ใน หัวข้อ “ความท้าทายความสำเร็จของยุทธศาสตร์ชาติ ในมิติการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมไทย” แก่นักศึกษา “หลักสูตรฝึกอบรมนักบริหารการแพทย์และสาธารณสุขระดับสูง (น.บ.ส.) รุ่นที่ 42” ณ วิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) จังหวัดนครปฐม ซึ่งจัดโดย วิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างความเข้าใจพัฒนาสมรรถนะทางการบริหาร อาทิ สมรรถนะด้านผู้นำ สมรรถนะด้านบริหาร และสมรรถนะเชิงยุทธศาสตร์ ให้แก่นักบริหารระดับสูงจากกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ มีประเด็นสำคัญ ดังนี้
บริบทความท้าทายและเหตุผลความจำเป็นของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเป็นการฉายภาพสถานการณ์วิกฤตและความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ประเทศไทยต้องมียุทธศาสตร์ชาติระยะยาว (พ.ศ. 2561–2580) เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางพัฒนาประเทศ อย่างยั่งยืน ได้แก่ ปัจจัยภายในประเทศ อาทิ การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ประชากรวัยแรงงานลดลง ความเหลื่อมล้ำในมิติต่าง ๆ และข้อจำกัดด้านทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ปัจจัยภายนอกประเทศ อาทิ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด (Digital Disruption) ภาวะโลกร้อนและสภาวะภูมิอากาศผันผวน การย้ายศูนย์กลางเศรษฐกิจมายังเอเชีย และความผันผวนของราคาพลังงาน/อาหารโลก
หมุดหมายการพัฒนาและบทบาทด้านสาธารณสุขในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 เน้นย้ำถึงการขับเคลื่อนเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติฯ ผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570) ซึ่งกำหนด 13 หมุดหมายในการพลิกโฉมประเทศ โดยมีหมุดหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระทรวงสาธารณสุข คือ หมุดหมายที่ 4 “ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง” (Medical and Wellness Hub) โดย ส่งเสริมบริการทางการแพทย์มูลค่าสูง โดย ยกระดับบริการบนฐานนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมปรับปรุงกฎระเบียบ ให้เอื้อต่อการแข่งขัน ยกระดับมาตรฐานบริการสุขภาพ โดย พัฒนานวัตกรรมส่งเสริมสุขภาพบนฐานเอกลักษณ์ไทย รองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ เพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมทางการแพทย์ โดย ลดการนำเข้าครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ส่งเสริมการผลิตและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ และ ยกระดับการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน โดย เตรียมความพร้อมรองรับโรคระบาดและภัยคุกคามสุขภาพอุบัติใหม่ตามมาตรฐานอนามัยระหว่างประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ได้เป็นเพียงนโยบายทางเศรษฐกิจ แต่คือ “โครงข่ายความปลอดภัย” (Safety Net) สำหรับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน โดยระบบสาธารณสุขถือเป็นเสาหลักสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพทุนมนุษย์และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ”
การถ่ายทอดนโยบายสู่การปฏิบัติผ่านแผน 3 ระดับ และกลไกเชิงพื้นที่ (Area-based) เป็นการบรรยายสร้างความเข้าใจชัดเจนเกี่ยวกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติฯ ผ่าน แผนระดับที่ 1 ยุทธศาสตร์ชาติ (20 ปี) กรอบเป้าหมายระยะยาว “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” แผนระดับที่ 2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (23 ประเด็น)แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (13 หมุดหมาย) และนโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ แผนระดับที่ 3 แผนปฏิบัติราชการ 5 ปี/รายปี ของส่วนราชการ และกลไก One Plan สำหรับการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (จังหวัด/กลุ่มจังหวัด/ตำบล) และ ระบบ eMENSCR กลไกติดตามและประเมินผลแห่งชาติเพื่อเชื่อมโยงโครงการสำคัญเข้ากับปัจจัยสู่ความสำเร็จ (Key Success Factors) และตัวชี้วัดเป้าหมายให้สามารถเบิกจ่ายงบประมาณและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
บทสรุปและก้าวต่อไปสำหรับนักบริหารการแพทย์และสาธารณสุขระดับสูง ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ผู้บริหารระดับสูงหลักสูตร น.บ.ส. รุ่นที่ 42 มีบทบาทสำคัญในการ บูรณาการการทำงานข้ามกระทรวง (Cross-sectoral Collaboration) เชื่อมโยงงานสาธารณสุขกับมิติเศรษฐกิจ สังคม และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะ (Health Literacy) ให้แก่ประชาชน ขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่ (Area-based Development) ใช้กลไก One Plan และ ก.บ.จ./ก.บ.ก. เพื่อจัดทำโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการและศักยภาพของพื้นที่ และ ปรับเปลี่ยนสู่ภาครัฐดิจิทัลและยืดหยุ่น ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมปรับตัวรับมือกับวิกฤตสุขภาพและความท้าทายใหม่ในอนาคต เพื่อ ร่วมสร้างอนาคตสุขภาพไทยอย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนไปด้วยกัน
ข่าว/ภาพ : นางสาวโชโนรส มูลสภา (กองยุทธศาสตร์การพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม)