Accessibility

Accessibility Options

สภาพัฒน์ เปิดการประชุมหารือกลุ่มย่อยเพื่อยกร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ภายใต้เสาหลักการพัฒนาด้านทุนมนุษย์ในประเด็น “การปรับกลไกพัฒนาทักษะแรงงานและการจ้างงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์”

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อยกร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 เสาหลักการยกระดับทุนมนุษย์ ในประเด็น “การปรับกลไกพัฒนาทักษะแรงงานและการจ้างงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์” ณ ห้องประชุมเดช สนิทวงศ์ สศช. โดยมี นางสาววรวรรณ พลิคามิน รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม มีกรรมการยกร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ด้านการยกระดับทุนมนุษย์ 2 ท่าน ได้แก่ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมทั้งผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นางสุพัตรา ฉวีสุข ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการค่าจ้าง นายถาวร ชลัษเฐียร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (สคช.) และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและองค์การมหาชนเข้าร่วมการประชุม

นางสาววรวรรณฯ ได้นำเสนอสาระสำคัญภายใต้เสาหลักการยกระดับทุนมนุษย์ พร้อมทั้งสถานการณ์ภาพรวมและช่องว่างของกลไกพัฒนาทักษะแรงงานและการจ้างงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยในส่วนของการยกระดับประสิทธิภาพในการพัฒนาฝีมือแรงงาน พบว่า แรงงานไทยจบสาขาไม่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายในระดับสูง ในส่วนของการฝึกอบรม แรงงานสนใจฝึกทักษะไม่มากและผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังฝึกอบรมพนักงานในหลักสูตรพื้นฐาน นอกจากนี้ ยังพบว่า ไทยมีกรอบทักษะ (Skill Framework) และแพลตฟอร์มจัดหางานที่หลากหลาย แต่ไม่เชื่อมโยงข้อมูลทักษะที่แรงงานมีเข้าด้วยกัน ขณะที่ด้านการปรับกลไกการจ้างงานและค่าจ้างให้อิงกับทักษะ พบว่า มาตรฐานฝีมือแรงงานที่เชื่อมโยงกับค่าจ้างมีน้อยและส่วนใหญ่เป็นงานระดับพื้นฐาน ขณะเดียวกัน กฎหมายค่าจ้างยังไม่ครอบคลุมมาตรฐานอาชีพของ สคช. รวมทั้งการขาดนโยบายส่งเสริมจูงใจให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างตามทักษะ

นางสาววรวรรณฯ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้จะเป็นการระดมความเห็นเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาที่เป็นคานงัดในการยกระดับประสิทธิภาพในการพัฒนาฝีมือแรงงาน และการปรับกลไกการจ้างงานและค่าจ้างให้อิงกับทักษะ พร้อมกับการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่เหมาะสม โดยผู้เข้าร่วมการประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ แนวทาง และตัวชี้วัด ในเรื่องการปรับกลไกพัฒนาทักษะแรงงานและการจ้างงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ ดังนี้

ควรมองสถานการณ์ให้ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ (Ecosystem) เพื่อให้สามารถปรับกลไกการพัฒนาทักษะและการจ้างงานได้จริง โดยนายจ้างแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มที่มีความชัดเจนต่อความต้องการแรงงาน จึงมักมองแรงงานเป็นสินทรัพย์ (Asset) ขององค์กรและเต็มใจในการจ่ายค่าจ้างในระดับสูง และ 2) กลุ่มที่ไม่มีความต้องการทักษะแรงงานที่ชัดเจน จึงมองแรงงานเป็นปัจจัยการผลิตและมุ่งเน้นการจ่ายค่าจ้างที่ต่ำเพื่อลดต้นทุน ดังนั้น การสร้างศักยภาพให้นายจ้างกลุ่มนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญต่อการจ่ายค่าจ้างที่สูงขึ้น

ควรยกระดับประสิทธิภาพกำลังแรงงานผ่านการส่งเสริมการพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) ควบคู่กับการส่งเสริมการจ่ายค่าจ้างตามทักษะ (Pay by Skill) โดยกำหนดกรอบทักษะและสมรรถนะกลาง (Skill/ Competency Framework) ที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมเป้าหมายตลอดห่วงโซ่คุณค่า มีการเชื่อมโยงหลักสูตร
และบริการด้านการฝึกอบรม (Training Provider) และอัตราค่าจ้างตามทักษะ โดยมีแพลตฟอร์มกลางเป็นกลไกในการขับเคลื่อน เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้ยึดโยงร่วมกัน ทั้งนี้ อาจผลักดันให้มาตรฐานอาชีพของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้รับการรับรองตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถประกาศอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานอาชีพได้จริงเช่นเดียวกับมาตรฐานฝีมือแรงงาน พร้อมทั้งควรขยายการบังคับทดสอบมาตรฐานในกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น ช่างติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือช่างเชื่อม

ควรใช้มาตรการทางภาษี (Tax Reduction) ในการจูงใจภาคเอกชนให้พัฒนาทักษะและจ่ายค่าจ้างตามทักษะ อาทิ การปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล จากปกติที่ร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ เป็นร้อยละ 18 หากมีการจ่ายค่าจ้างตามทักษะให้แรงงานในสัดส่วนถึงเกณฑ์ ทั้งนี้ อาจเริ่มต้นด้วยโครงการนำร่อง (Pilot Project) ในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และประเมินผลสำเร็จ

ควรเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะแรงงานกับระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) เพื่อสะสมหน่วยการเรียนรู้และส่งเสริมการพัฒนาทักษะตลอดช่วงชีวิต โดยควรพัฒนาระบบประเมินสมรรถนะและรับรองหลักสูตรระยะสั้น (Micro-Credential) ของสถาบันอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ได้มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ สามารถสะสมหน่วยการเรียนรู้ในระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ เพื่อรวบรวมเป็นคุณวุฒิหรือปริญญาได้ ทั้งนี้ ควรออกแบบหลักสูตรโดยเน้นการปฏิบัติงานจริง (Work-based Learning) ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสถานประกอบการและผู้เชี่ยวชาญภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานได้อย่างเหมาะสม

การประชุมหารือกลุ่มย่อยในครั้งนี้ นับเป็นกลไกสำคัญในการร่วมออกแบบแนวทางการพัฒนาที่เป็นคานงัดภายใต้ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ภายใต้เสาหลักการยกระดับทุนมนุษย์ ในประเด็น “การปรับกลไกพัฒนาทักษะแรงงานและการจ้างงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์” เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายการพัฒนา “เศรษฐกิจขยายตัวสูงขึ้น อย่างทั่วถึง และยั่งยืน” ทั้งนี้ สภาพัฒน์ยังคงเปิดรับข้อคิดเห็นเพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 14thplan.nesdc.go.th เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมเสนอแนวคิดและมีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตประเทศไทย

ข่าว : กองพัฒนาข้อมูลและตัวชี้วัดสังคม (กขส.)
ภาพ : จักรพงศ์  สวภาพมงคล