สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) จัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส (Senior Officials’ Meeting: SOM) ครั้งที่ 2/2569 แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 28 แผนงาน GMS และรับทราบผลการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือ GMS โดยมีนายฮว่าง หาย รองอธิบดีกรมการจัดการหนี้และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจต่างประเทศ กระทรวงการคลังเวียดนาม เป็นประธานร่วมกับนายอัลเฟรโด เปรดิกูเอโร ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือระดับภูมิภาคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ADB พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาวุโสจากประเทศสมาชิกและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สำหรับฝ่ายไทย นางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย
ที่ประชุมฯ ได้หารือความพร้อมในการจัดการประชุมระดับรัฐมนตรี แผนงาน GMS ครั้งที่ 28 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2569 ภายใต้หัวข้อ “อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในยุคดิจิทัลและนวัตกรรม: ขับเคลื่อนการพัฒนาด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน (GMS in the Digital and Innovation Era: Advancing through Multi-Stakeholders Collaboration)” โดยมุ่งส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมขยายการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนา นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมจัดเวทีคู่ขนาน ได้แก่ การประชุมหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา การประชุมรัฐบาลท้องถิ่น และการประชุมสภาธุรกิจแผนงาน GMS เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเสนอแนวคิดและโครงการพัฒนา แลกเปลี่ยนกับคณะทำงานรายสาขา และส่งเสริมโอกาสด้านการลงทุนในอนุภูมิภาค
ในการประชุมนี้ ไทยได้แสดงความเห็นว่า กรอบยุทธศาสตร์ GMS-2030 ยังคงมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาและความท้าทายในปัจจุบัน โดยในช่วงครึ่งหลังของการดำเนินยุทธศาสตร์ควรมุ่งผลักดันการดำเนินงานจากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการส่งเสริมการระดมทุนและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินโครงการและขยายผลการพัฒนาในอนุภูมิภาค
นอกจากนี้ ไทยยังได้รายงานความคืบหน้าการจัดทำข้อเสนอโครงการภายใต้ Regional Investment Framework (RIF) 2027-2029 ซึ่งปัจจุบันไทยมีข้อเสนอรวม 45 โครงการ โดยสาขาเกษตรมีจำนวนโครงการมากที่สุด สะท้อนความสำคัญที่ไทยให้กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว ตลอดจนการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าภาคการเกษตร เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอนุภูมิภาค
ที่ประชุมฯ ยังได้รับทราบแผนการดำเนินงานที่สำคัญในปี 2569 ได้แก่ (1) การประชุมเวทีหารือระเบียงเศรษฐกิจ ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 14-15 กันยายน 2569 ณ สปป.ลาว ซึ่งจะมุ่งผลักดันการพัฒนาแนวระเบียงจากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติ ส่งเสริมการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างครอบคลุม เสริมบทบาทของรัฐบาลท้องถิ่นและเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมถึงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของระเบียงเศรษฐกิจ และ (2) เวทีนวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ครั้งที่ 2 แผนงาน GMS ระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน 2569 ณ ประเทศเวียดนาม ซึ่งจะมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมการขนส่งของอนุภูมิภาค
นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะทำงานรายสาขา อาทิ ด้านคมนาคม ด้านการพัฒนาเมือง ภาคเอกชน และเครือข่ายองค์ความรู้ GMS ซึ่งต่างมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกรอบยุทธศาสตร์ GMS-2030 เพื่อสนับสนุนการเติบโตที่ครอบคลุม ยั่งยืน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอนุภูมิภาคในระยะยาว
ข่าว/ภาพ : กองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ