เมื่อวันที่ 6 – 7 กรกฎาคม 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาไท (มพท.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การใช้งานแพลตฟอร์ม TISEP ขับเคลื่อนหุ้นส่วนพัฒนาจังหวัดภาคใต้ด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์” ณ โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อพัฒนาทักษะวุฒิอาสาธนาคารสมองและภาคประชาสังคมจังหวัดสตูล จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี ในการใช้งานแพลตฟอร์ม Thailand Integrated Social Ecosystem Platform (TISEP) ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อค้นหาประเด็นขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรกลุ่มเปราะบาง โดยมีภาคประชาสังคมเป็นหุ้นส่วนพัฒนากับภาครัฐ ภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมภาคประชาสังคม (สสป.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 80 คน
ในโอกาสนี้ นางสาววรวรรณ พลิคามิน รองเลขาธิการ สศช. และเลขาธิการ มพท. กล่าวเปิดการประชุม และชี้ให้เห็นจุดประสงค์ของการพัฒนาแพลตฟอร์ม TISEP ให้เป็นฐานข้อมูลกลางสำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์และสนับสนุนการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยรวบรวมและแสดงข้อมูลสถานการณ์การพัฒนาตั้งแต่ระดับจังหวัด อาทิ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด โครงสร้างประชากร จำนวนคนจน และดัชนีความก้าวหน้าของคน (HAI) ระดับอำเภอ อาทิ ข้อมูลตัวชี้วัดชุมชนเข้มแข็ง และระดับตำบล อาทิ กองทุนสวัสดิการชุมชน โครงการบ้านมั่นคง และพื้นที่สุขภาวะ ซึ่งสามารถวิเคราะห์โดยใช้กรอบคิด 5W1H เพื่อหาประเด็นการพัฒนา ก่อนนำมาจัดทำข้อเสนอโครงการของภาคประชาสังคมที่ไม่ซ้ำซ้อน แต่เป็นการเติมเต็มภารกิจของภาครัฐ ทั้งนี้ สศช. และ มพท. ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ไปแล้วในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคกลางที่กรุงเทพมหานคร โดยในส่วนของภาคใต้ จัดขึ้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมมาจากสตูล ยะลา และปัตตานี
ในช่วงต่อมา นายวัชรพล ว่องนิยมเกษตร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ นำเสนอภาพรวมการใช้แพลตฟอร์ม TISEP ขับเคลื่อนหุ้นส่วนพัฒนาจังหวัดด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ ประกอบด้วย (1) ข้อมูลสถานการณ์การพัฒนาของพื้นที่ สะท้อนว่า ยะลาและปัตตานีมีสัดส่วนคนจนสูงเป็นอันดับต้นของประเทศ และคนจนหลายมิติส่วนใหญ่มีปัญหาด้านการใช้ชีวิตในแบบที่ดีต่อสุขภาพ ในขณะที่สตูลมีสัดส่วนคนจนเพิ่มขึ้นและมีพื้นที่เสี่ยงสูงจากปัญหาอุทกภัยซ้ำซากในทุกอำเภอ และ (2) ข้อมูลทุนในพื้นที่ ประกอบด้วย ทุนทางสังคม ทุนทางเศรษฐกิจและการเงิน และทุนมนุษย์ อาทิ จำนวนโครงการบ้านมั่นคง วิสาหกิจเพื่อสังคมที่จดทะเบียน กองทุนสวัสดิการชุมชน สหกรณ์ และวุฒิอาสาธนาคารสมอง ซึ่งสามารถเปรียบเทียบชุดข้อมูลทุนระหว่างพื้นที่เป้าหมายได้
จากนั้นแต่ละจังหวัดแบ่งกลุ่มย่อยทำกระบวนการทดลองใช้แพลตฟอร์ม TISEP วิเคราะห์ปัญหาและจัดทำข้อเสนอโครงการด้วยกรอบ 5W1H สรุปได้ดังนี้
จังหวัดสตูล ให้ความสำคัญกับปัญหาครัวเรือนเลี้ยงเดี่ยวที่ขยายตัวสูงขึ้น โดยหัวหน้าครัวเรือนเลี้ยงเดี่ยว ส่วนใหญ่ขาดโอกาสทางอาชีพและมีหนี้สิน รวมทั้งสตูลยังมีพื้นที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดน้ำท่วมซ้ำซากกว่า 43 หมู่บ้าน แต่ยังขาดแคลนบุคลากรภาครัฐและอาสาสมัครที่มีทักษะการรับมือ ข้อเสนอจึงประกอบด้วย โครงการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมอาชีพหัวหน้าครัวเรือนเลี้ยงเดี่ยว โดยพัฒนาฐานข้อมูลวิเคราะห์ความถนัดของกลุ่มเป้าหมายเพื่อจับคู่กับการฝึกทักษะอาชีพตามศักยภาพของพื้นที่ อาทิ การแปรรูปอาหารทะเล ผ้าบาติก และขนมพื้นเมือง เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและส่งเสริมศักยภาพในการเลี้ยงดูบุตรหลาน และ โครงการพัฒนาอาสาสมัครเพื่อการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ เพื่อจัดตั้งทีมยุทธศาสตร์และเตรียมความพร้อมกลไกอาสาภาคประชาชน พัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัย จัดตั้งคลังเครื่องมือในพื้นที่เสี่ยง และระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อลดผลกระทบและลดการเสียชีวิตจากภัยพิบัติให้เป็นศูนย์
จังหวัดยะลา ให้ความสำคัญกับปัญหาความยากจนเรื้อรังที่เชื่อมโยงกับคุณภาพการเรียนรู้จากปัญหาเด็กมีทักษะภาษาไทยไม่ดี และในมิติสุขภาพ จากสัดส่วนผู้มีบัตรประจำตัวคนพิการเป็นวัยแรงงานถึงร้อยละ 52.4 และการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ข้อเสนอจึงประกอบด้วย โครงการอ่านออก เขียนได้ ง่ายนิดเดียว เพื่อพัฒนาทักษะของเด็กอายุ 6-12 ปี ที่มีปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยออกแบบหลักสูตรเฉพาะและจัดการสอนเสริมพิเศษควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่านร่วมกับผู้ปกครอง อาสาสมัคร และชุมชน อาทิ มีมุมหนังสือประจำบ้าน และ โครงการคนยะลารักษ์สุขภาพ รู้เท่าทัน NCDs เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของวัยแรงงาน โดยคัดกรองและจัดทำฐานข้อมูล ส่งเสริมการใช้แอปพลิเคชันให้ข้อมูลโภชนาการ จัดสถานที่ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับบริบททางวัฒนธรรม รวมทั้งจัดกิจกรรมสร้างแรงจูงใจร่วมกับผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในชุมชน
และจังหวัดปัตตานี ชูประเด็นการส่งเสริมโภชนาการเด็กปฐมวัยและการมีงานทำของกลุ่มเปราะบาง หลังดัชนีความก้าวหน้าของคนชี้ว่า เด็กอายุ 0-5 ปี ในพื้นที่มีพัฒนาการสมวัยต่ำเป็นอันดับที่ 58 ของประเทศ และมีอัตราการว่างงานและอัตราการทำงานต่ำระดับที่ค่อนข้างสูง สะท้อนถึงช่องว่างในการเข้าถึงการฝึกอาชีพ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในวัยแรงงาน จึงได้เสนอโครงการอาหารดี ชีวิตดี เด็กสมส่วนสมวัย เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลโภชนาการเด็ก จัดกิจกรรมปรับพฤติกรรมผู้ปกครอง จัดทำสมุดสุขภาพครอบครัว และสร้างแหล่งอาหารในชุมชน ควบคู่กับโครงการพัฒนาทักษะกลุ่มเปราะบางทางการเงิน เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและการจ้างงานแบบครบวงจรให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเยาวชนนอกระบบการศึกษา หญิงหม้าย และแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยมีผู้นำชุมชนและองค์กรทางศาสนาเป็นกลไกหลักในการบูรณาการการทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน
ภายหลังจากการนำเสนอ นางสาวจิตติกุล จิตรพิศาล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคใต้ ชี้แจงกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งภาคประชาสังคมสามารถเสนอโครงการด้านสังคมเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณได้ โดยต้องมีวัตถุประสงค์โครงการสอดคล้องกับประเด็นการพัฒนาของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ได้แก่ (1) การยกระดับคุณภาพชีวิตและพัฒนาทุนมนุษย์ และ (2) การเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและการรับมือภัยพิบัติ นอกจากนี้ สศช. อยู่ระหว่างจัดทำร่างกรอบเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาคใต้ชายแดน พ.ศ. 2571–2575 ซึ่งภาคประชาสังคมและเครือข่ายสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางจัดทำข้อเสนอโครงการได้ในอนาคต
ในตอนท้าย นางสาววรวรรณฯ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม TISEP ร่วมกับข้อมูลเชิงลึกจากพื้นที่หรืองานศึกษาวิจัย ในการระบุปัญหา ชี้เป้ากลุ่มเป้าหมาย และออกแบบกิจกรรมในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด นำไปสู่การกำหนดวัตถุประสงค์และตัวชี้วัดโครงการที่ชัดเจนและสอดคล้องกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนกับการดำเนินงานของภาครัฐ และเข้าไปเติมเต็มช่องว่างที่รัฐยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ข้อเสนอโครงการควรมีการค้นคว้าข้อมูลรายละเอียดของกลไกหรือกฎระเบียบภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดเป็นอุปสรรคในการดำเนินงานและสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อไป
ข่าว/ภาพ : กองยุทธศาสตร์การพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม