เมื่อวันที่ 27 – 28 พฤษภาคม 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ พร้อมด้วย นายณฐพงศ์ วรรณรัตน์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายบุญชัย ฉัตรประเทืองกุล ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ (กพท.) นางสาวสุจารี ผุดผาด ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคเหนือ (สพน.) และทีมเจ้าหน้าที่ กพท. และ สพน. เดินทางลงพื้นที่บ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน โดยในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 คณะสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการสำคัญภายใต้การดำเนินงานของโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ หารือกับหน่วยงาน และเตรียมความพร้อมสำหรับการลงพื้นที่ของประธานกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ และคณะ สำหรับวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 คณะ สศช. ได้ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เลขาธิการ กปร. รองเลขาธิการองคมนตรี อธิบดีกรมป่าไม้ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน หน่วยงานในพื้นที่ และประชาชนบ้านน้ำรีพัฒนาให้การต้อนรับพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ นายอำพน กิตติอำพน พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท และพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี ในฐานะรองประธานกรรมการฯ ซึ่งเดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ ที่ได้ช่วยเหลือและพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ประชาชนบ้านน้ำรีพัฒนา
ในโอกาสนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาถ่ายทอดแก่เจ้าหน้าที่และราษฎร พร้อมเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรในพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านน้ำรีพัฒนา จำนวนรวม 450 ชุด ประกอบด้วย ถุงพระราชทานสำหรับประชาชน 300 ถุง และกระเป๋าสำหรับนักเรียน 150 ใบ ซึ่งบ้านน้ำรีพัฒนาเป็นพื้นที่มีการพัฒนาโดยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาตั้งแต่ปี 2546 โดยการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนบ้านน้ำรีพัฒนา ตามพระราชดำริ มีเป้าหมายทั้งในเรื่องของการเพิ่มพื้นที่ป่าและให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน การพัฒนาอาชีพให้มั่นคง มีรายได้เพียงพอ รวมทั้งให้ชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้ ซึ่งเป็นไปตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษาและต่อยอด ภายใต้บริบทที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา
นอกจากนี้ ประธานกรรมการโครงการฯ ได้มอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าดอยภูคาและป่าผาแดง) ให้แก่ตัวแทนประชาชนบ้านน้ำรีพัฒนา ซึ่งผู้ได้รับการจัดที่ดินทำกินต้องช่วยกันปลูกป่าและดูแลป่า โดยเป็นการสนองตามพระราชดำริในการพัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ช่วยสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่ป่า โดยพื้นที่ที่ได้รับการจัดที่ดินทำกินจากการดำเนินงานของกรมป่าไม้ กรมที่ดิน และคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) รวม 4,828 ไร่ 1 งาน 47 ตารางวา จำนวนรวม 859 แปลง พร้อมกันนี้ ได้มอบกล้าไม้ของต้นเสี้ยวดอกขาวซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดน่านให้แก่ตัวแทนราษฎรเพื่อนำไปปลูกในชุมชน และร่วมปลูกต้นเสี้ยวดอกขาวในบริเวณโรงเรียนบ้านน้ำรีพัฒนา ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ราษฎรในพื้นที่ได้เข้าไปช่วยกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่หมู่บ้านให้เป็นลักษณะของป่าชุมชน และมีการเก็บข้อมูลของการเจริญเติบโตของต้นไม้ต่างๆ เพื่อเอาไปใช้เป็นข้อมูลในการขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งในระยะต่อไปจะสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อีกช่องทางหนึ่ง
จากนั้น คณะองคมนตรีได้ตรวจเยี่ยมโครงการสำคัญที่ สศช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนฯ และสำนักงานองคมนตรี ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ซึ่งได้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่ได้ทันท่วงที ประกอบด้วย1. โครงการติดตั้งถังพักน้ำเพิ่มเติมและต่อท่อไปยังโรงเรียนบ้านน้ำรีพัฒนา โดยกรมชลประทาน เพื่อเพิ่มแรงดันน้ำและปริมาณน้ำให้นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนได้ใช้อุปโภคและบริโภคได้อย่างเพียงพอ โดยขอให้กรมชลประทานวางแผนและพัฒนาแหล่งน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพระบบการส่งน้ำอย่างเป็นระบบ2. โครงการแปลงเกษตรนำร่อง ณ แปลงรวมน้ำรีพัฒนา ซึ่งสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. และเกษตรกรในพื้นที่ได้ร่วมกันสร้างโรงเรือนต้นแบบปลูกมะเขือเทศเชอรี่และเสาวรส ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมการทำเกษตรทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยนำหลักการการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงมาประยุกต์ใช้เพื่อลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลังที่มีการบุกรุกป่าไปสู่การปลูกพืชชนิดอื่น เช่น มะเขือเทศเชอรี่ เสาวรส กาแฟ อะโวคาโด ที่ใช้พื้นที่ไม่มากและมีราคาสูงกว่า โดยให้มีการปลูกแบบผสมผสานควบคู่กับการวางแผนการตลาด เพื่อให้เกษตรกรมีผลผลิตออกขายและสร้างรายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งช่วยลดการบุกรุกพื้นที่ป่า ควบคู่กับการเพิ่มผลผลิตและรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรในพื้นที่ โดยในช่วงแรกเกษตรกรกลุ่มแรกในพื้นที่มีความสนใจและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยน ได้เข้ามาร่วมโครงการ มาเรียนรู้และรวมกลุ่มเพิ่มเติม ซึ่งจะส่งเสริมให้มีการขยายผลเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต3. โครงการซ่อมแซมสะพานชำรุด บนทางหลวงหมายเลข 1081 (ช่วง กม.141+350 – กม.141+650) ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เสียหายจากอุทกภัยเมื่อปี 2567 ซึ่งปัจจุบันกรมทางหลวงก่อสร้างสะพานแล้วเสร็จ ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังมีโครงการซ่อมถนนที่ชำรุดและปรับปรุงขยายถนน ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อให้การคมนาคมขนส่งในพื้นที่มีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น4. การร่วมเป็นสักขีพยานการส่งมอบระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านน้ำรีพัฒนา เพื่อแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับบ่อยในพื้นที่ โดยช่วยให้สามารถเก็บรักษาวัคซีนได้ยาวนาน และรับชมการสาธิตระบบ Telehealth การให้บริการผู้ป่วยของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านน้ำรีพัฒนา ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปพบแพทย์ของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
คณะองคมนตรีได้เน้นย้ำให้ประชาชนบ้านน้ำรีพัฒนาให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาป่าและแหล่งน้ำ การพัฒนาเครือข่ายหรือจิตอาสา การสนับสนุนให้มีบุคคลต้นแบบของการปลูกป่าและปลูกพืชทางเลือก และการทำวนเกษตร/วนบริการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในชุมชน รวมทั้งการพัฒนาด้านการศึกษาและเยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญของพื้นที่บ้านน้ำรีพัฒนาในอนาคต ตลอดจนขอให้ทุกหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานโครงการฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง ความสามัคคี และการน้อมนำพระราชปณิธานมาปฏิบัติจริง
การลงพื้นที่ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ และคณะองคมนตรีในครั้งนี้ สะท้อนถึงความห่วงใยและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อราษฎรในพื้นที่ห่างไกล และความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานภาครัฐทั้งในส่วนกลางและในจังหวัดร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดย สศช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และจะได้น้อมนำพระราชดำริของพระองค์ท่านมาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการฯ ให้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนบ้านน้ำรีพัฒนาและพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างยั่งยืน