สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เดินหน้ารับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่ทั้ง 18 กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ ยังจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นร่วมกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ โดยเมื่อวันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 นายอารีย์ ชวลิตชีวินกุล กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วย นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 กลุ่มเฉพาะหน่วยงานราชการ ณ โรงแรมอีสตินแกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 320 คน รวมถึงได้รับเกียรติจาก นายณัฏฐา พาชัยยุทธ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ นางณัฐนันทน์ อัศวเลิศศักดิ์ รองเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และกรรมการยกร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ด้านการยกระดับทุนมนุษย์ ตลอดจนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐกว่า 180 หน่วยงาน เข้าร่วมด้วย โดยภายในที่ประชุมได้มีการนำเสนอสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ครอบคลุมทั้งสาระสำคัญของแผนพัฒนาฯ ในภาพรวม และประเด็นสำคัญภายใต้ 5 เสาหลักการพัฒนา เพื่อสร้างความเข้าใจต่อทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปีข้างหน้า
เวทีครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานราชการที่มีภารกิจและบทบาทที่เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลเชิงลึก ผ่านการประชุมกลุ่มย่อยตาม 5 เสาหลักการพัฒนา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการยกร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ให้มีความครบถ้วนและตอบโจทย์การพัฒนามากยิ่งขึ้น โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในภาพรวม อาทิ ควรคำนึงถึงการกระจายโอกาสให้เข้าถึงทุกกลุ่มประชากรอย่างทั่วถึงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ควรจัดลำดับความสำคัญของประเด็นการพัฒนาที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน และควรกำหนดกลไกการขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การซ่อม เสริม และสร้าง สามารถเกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ได้มีการแสดงความคิดเห็นต่อรายละเอียดของ 5 เสาหลักการพัฒนา ได้แก่ เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ ควรปรับบทบาทภาคเกษตรจากผู้ผลิตวัตถุดิบสู่การเป็นหุ้นส่วนในห่วงโซ่มูลค่าอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ส่งเสริมการตระหนักรู้ด้านมาตรฐานสากลและข้อกำหนดระหว่างประเทศตั้งแต่ต้นกระบวนการผลิตและบริการ เพื่อให้สินค้าและบริการของไทยเข้าสู่ตลาดโลกอย่างมีประสิทธิภาพ และพิจารณาเชื่อมโยงทิศทางการพัฒนาประเทศกับกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนสู่การเป็นสมาชิก OECD เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ อาทิ ควรปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เพื่อให้สามารถกำหนดอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจน ลดความซ้ำซ้อนของการทำงาน และใช้เป็นกลไกในการทบทวนหรือปรับลดหน่วยงานที่ไม่จำเป็นแทนการยุบหน่วยงานโดยตรงให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงและเปิดเผยข้อมูลภาครัฐอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถติดตามตรวจสอบการทำงานของภาครัฐได้อย่างโปร่งใส เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ อาทิ ควรมุ่งบูรณาการระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เป็นมาตรฐานเดียว ควบคู่กับการกระจายอำนาจสู่สถานศึกษาและลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอนของครู เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม จัดทำฐานข้อมูลทะเบียนสังคม (Social Registry) เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดสวัสดิการให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิผลของงบประมาณ เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ สร้างความเชื่อมั่นต่อการใช้พลังงานสะอาดในฐานะทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาวและกระตุ้นให้ภาคเอกชนเห็นเป็นโอกาสในการปรับตัวและสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาระบบพยากรณ์สภาพภูมิอากาศให้มีความแม่นยำ เพื่อออกมาตรการป้องกันและรับมือภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ เสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัยเทคโนโลยี และนวัตกรรม อาทิ ควรเร่งปรับปรุงกฎหมายหรือระเบียบกองทุนภาครัฐให้สามารถสนับสนุนภาคเอกชนในการต่อยอดนวัตกรรมสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในเชิงพาณิชย์ได้พัฒนากลไกตัวกลางให้ทำหน้าที่เป็นจุดบริการเบ็ดเสร็จ (One-stop Service) เพื่อเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการชุมชน และหน่วยงานประเมินมาตรฐาน รวมทั้งเร่งจัดทำแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจดทะเบียนและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะงานวิจัยที่ได้รับจัดสรรทุนจากภาครัฐ
การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการช่วยยกระดับคุณภาพของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ผ่านการสะท้อนมุมมองจากหน่วยงานราชการในฐานะกลไกสำคัญที่นำไปสู่การกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศที่สามารถขับเคลื่อนได้จริงและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ สศช. ยังมีช่องทางการรับฟังความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 14thplan.nesdc.go.th เพื่อให้ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง
ข่าว : กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (กศว.) ภาพ : จักรพงศ์ สวภาพมงคล