Accessibility

Accessibility Options

สศช. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Final Workshop) “การออกแบบเมืองฟองน้ำต้นแบบสำหรับประเทศไทยเพื่อความยืดหยุ่นของเมือง” ภายใต้การสนับสนุนของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB)

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Final Workshop) ภายใต้โครงการ “การออกแบบเมืองฟองน้ำต้นแบบสำหรับประเทศไทยเพื่อความยืดหยุ่นของเมือง” ณ ห้องประชุม 521 สศช. โดยมี นายณฐพงศ์ วรรณรัตน์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ Ms. Neeta Pokhrel ผู้อำนวยการสำนักงานการพัฒนาเมืองและน้ำ ธนาคารพัฒนาเอเชียร่วมเป็นประธานการประชุม โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก ADB นำโดย Mr. Stefan Rau ผู้เชี่ยวชาญหลักด้านการพัฒนาเมือง และคณะที่ปรึกษา รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเมืองนำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลนครพิษณุโลก เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ สศช. เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว รวมประมาณ 60 คน

รองเลขาธิการฯ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนา “เมืองฟองน้ำ” เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำและเสริมสร้างความยืดหยุ่นของเมือง โดยใช้แนวทางนวัตกรรมและวิธีการแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions) ควบคู่ไปกับการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมือกับปัญหาและภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยรายงาน “แนวทางเชิงเทคนิคในการพัฒนาเมืองฟองน้ำในประเทศไทย” ที่จัดทำขึ้นภายใต้โครงการนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาเมืองของไทยให้มีความยืดหยุ่นและน่าอยู่อย่างยั่งยืน

ในส่วนการนำเสนอผลการศึกษา คณะที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก ADB ได้สรุปภาพรวมของแนวทางในการพัฒนาเมืองฟองน้ำ ผ่านการออกแบบระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่บูรณาการการบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและสีน้ำเงิน (การใช้ธรรมชาติและระบบนิเวศ) เพื่อสนับสนุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของโครงสร้างพื้นฐานสีเทา (โครงสร้างพื้นฐานทางวิศวกรรม) พร้อมนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย ได้แก่ (1) ระยะสั้น เน้นการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การสร้างระบบข้อมูล และการดำเนินการในพื้นที่ทดลองทางนโยบาย (Policy Sandbox) (2) ระยะกลาง มุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน การวางแผนแบบบูรณาการ และการพัฒนากลไกทางการเงิน และ (3) ระยะยาว เน้นการปฏิรูปกฎหมายและการจัดทำแนวนโยบายระดับชาติ นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนวทางด้านการเงินและการลงทุนซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเมืองฟองน้ำ โดยชี้ให้เห็นถึงมาตรการทางเลือกที่สามารถนำมาใช้เพิ่มเติมจากงบประมาณภาครัฐ เช่น การเก็บมูลค่าที่ดิน (Land Value Capture: LVC) การโอนสิทธิการพัฒนา (Transfer of Development Rights: TDR) การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) และพันธบัตรหรือตราสารหนี้สีเขียว (Green Bonds) เป็นต้น

ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ได้นำเสนอผลงานการศึกษาและการขับเคลื่อนแนวคิดการพัฒนา “เมืองซับน้ำ” ในพื้นที่ชุมชน โดยใช้หลักการออกแบบด้านวิศวกรรมและภูมิสถาปัตยกรรม เพื่อให้พื้นที่เมืองสามารถดูดซับ กักเก็บ ระบาย และกรองน้ำฝนได้ตามธรรมชาติ ในพื้นที่ทดลองจำนวน 6 พื้นที่ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี ระยอง อุดรธานี และขอนแก่น และ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้นำเสนอ แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ที่สามารถใช้เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการพัฒนาเมืองฟองน้ำ โดยช่วยสนับสนุนการป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดและควบคุมการระบายน้ำเสียสู่สิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์การดำเนินงาน จากผู้แทนเมืองในโครงการนำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ในประเด็นระบบบริหารจัดการน้ำเสีย เทศบาลนครขอนแก่น ในประเด็นปัญหาน้ำท่วมและระบบจัดการน้ำเสีย เทศบาลนครพิษณุโลก ในประเด็นระบบระบายน้ำ เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ในประเด็นความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม และกรุงเทพมหานคร ในประเด็นระดับความสูงของพื้นที่ และประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำ ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องร่วมกันถึงประเด็นท้าทายอันเป็นสาเหตุและปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การจัดหางบประมาณ และข้อจำกัดของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป ธนาคารพัฒนาเอเชีย จะร่วมมือกับหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองฟองน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งทำหน้าที่กำหนดนโยบายการบริหารจัดการน้ำในระดับประเทศ และ กรมโยธาธิการและผังเมือง ในฐานะหน่วยงานที่สามารถนำหลักการเมืองฟองน้ำไปปรับใช้ในการออกแบบเมืองและพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย สศช. และ ADB จะร่วมสนับสนุนการพัฒนาเมืองในประเทศไทยให้มีความยืดหยุ่น (Resilience) น่าอยู่ และยั่งยืน อย่างต่อเนื่องต่อไป