สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ดำเนินการจัดทำร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 แล้วเสร็จ และได้ออกแบบแนวทางการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งในระดับพื้นที่ ครอบคลุม 18 กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ จำนวน 5 กลุ่ม ที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม โดยการรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่ ได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เป็นกลุ่มจังหวัดแรก เพื่อให้ภาคีการพัฒนาในระดับพื้นที่ได้สะท้อนมุมมองความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) โดยการรับฟังความคิดเห็นแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 กิจกรรม คือ การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นหลัก ร่วมกับผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ และการจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมร่วมกับเยาวชน ดังนี้
เวทีการรับฟังความเห็นหลัก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ในกลุ่มจังหวัดภาคจังหวัดตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (จังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู เลย หนองคาย และบึงกาฬ) ณ โรงแรมเวลาดี จังหวัดอุดรธานี มีผู้เข้าร่วมกว่า 140 คน โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในภาพรวม อาทิ การขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติ และการให้ความสำคัญกับชุมชนในการร่วมกำหนดและขับเคลื่อนการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้ เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ ส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการปรับรูปแบบการผลิตให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างสร้างสรรค์ผ่านการสร้างแบรนด์และพัฒนาตลาดดิจิทัล เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ อาทิ แก้ไขปัญหาความล่าช้าและซ้ำซ้อนของกระบวนการทำงานภาครัฐ การประเมินและแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและลดความเสี่ยงด้านการทุจริต เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ อาทิ สร้างความมั่นคงทางรายได้และคุณภาพชีวิตควบคู่กับการเพิ่มจำนวนประชากร พัฒนาทักษะแรงงานนอกระบบโดยเฉพาะภาคเกษตรให้มีศักยภาพ เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ ส่งเสริมกลไกคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผลักดันกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เน้นการบังคับใช้อย่างจริงจัง และปรังปรุงการบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบ และเสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม อาทิ จัดทำระบบฐานข้อมูลกลางแบบ One Stop Service เพื่อให้การบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ และเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ ส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
กิจกรรมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมร่วมกับเยาวชน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับนักเรียนและนักศึกษา ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยมีนักศึกษาจาก มรภ.อุดรธานี และเยาวชนจากเครือข่ายของ มรภ.อุดรธานี เข้าร่วมกว่า 300 คน โดยมีการแสดงความคิดเห็นสำคัญต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้ เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตร พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยว ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าเพิ่ม เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลให้ยึดหลักความสามารถ ลดระบบอุปถัมภ์ และมีความโปร่งใสด้านงบประมาณให้ประชาชนตรวจสอบได้ เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ พิจารณาปรับปรุงกฎหมายและจัดสวัสดิการที่เอื้อต่อการมีบุตรอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม อาทิ การเข้าถึงเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ กำหนดมาตรฐานสวัสดิการแรงงานต่างด้าวให้เป็นธรรม เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพิ่มการลงทุนในด้านทุนมนุษย์ เพื่อสร้างคนให้มีคุณภาพเป็นพลเมืองดีของโลก ส่งเสริมการจัดการขยะและของเสียอย่างจริงจังเพื่อลดโลกร้อน และ เสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อช่วยลดการนำเข้าและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สนับสนุนการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สะท้อนความเป็นไทย (Soft Power)
การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่ จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นในกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศจนถึงเดือนมีนาคม รวมทั้ง สศช. ได้เปิดช่องทางการรับฟังความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 14thplan.nesdc.go.th เพื่อให้ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมได้โดยสะดวกและทั่วถึง และคาดหวังว่าทุกความคิดเห็นจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่ซ่อมรากฐานและสร้างอนาคตประเทศไปด้วยกัน พร้อมมุ่งสู่การเพิ่มผลิตภาพและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะต่อไป
ข่าว/ภาพ : กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (กศว.)