เมื่อวันที่ 14 – 15 มกราคม 2569 นายบุญชัย ฉัตรประเทืองกุล ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ (กพท.) พร้อมด้วย นางสาวชมพูนุช รามัญวงศ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ/กพท. นายมังกร พรหมแสง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ/สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สพอ.) นายจารุบุตร ธรรมเจริญ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ/สพอ. และเจ้าหน้าที่ กพท. และ สพอ. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้เดินทางไปยังเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหารและนครพนม เพื่อติดตามสถานการณ์การพัฒนา ร่วมหารือและรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคส่วนในพื้นที่ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเขตฯ โดยได้ประชุมหารือกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร (นายชลิต ทิพย์คำ) รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (นายวรวิทย์ พิมพนิตย์) และหน่วยงานของทั้งสองจังหวัด ได้แก่ สำนักงานจังหวัด ธนารักษ์จังหวัด พาณิชย์จังหวัด แขวงทางหลวงชนบท ด่านศุลกากร ขนส่งจังหวัด และการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมทั้งสภาอุตสาหกรรมและหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร
ปัจจุบันการลงทุนในเขตฯ มุกดาหารและเขตฯ นครพนม มีมูลค่ารวมประมาณ 4,700 ล้านบาท และ 3,300 ล้านบาท ตามลำดับ (สะสมตั้งแต่ปี 2558 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2568) ส่วนใหญ่เป็นกิจการแปรรูปยางขั้นต้น การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ และศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย ทั้งสองเขตฯ ยังมีบทบาทเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญเชื่อมโยงลาว เวียดนามและจีนตอนใต้ (มณฑลกวางสี) โดยมีมูลค่าการค้าชายแดนไทย-ลาวที่ผ่านสองเขตฯ รวมกว่า 8 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีมูลค่าการค้าผ่านแดนไปจีนสูงที่สุดของประเทศ รวมประมาณ 3 แสนล้านบาทต่อปี และส่งออกสินค้าสำคัญผ่านเส้นทาง R12 (ผ่านนครพนม-แขวงคำม่วน ส่วนใหญ่เป็นสินค้าผักผลไม้สดและสินค้าอุปโภคบริโภค) และเส้นทาง R9 (ผ่านมุกดาหาร-แขวงสะหวันนะเขต ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้ายางยานพาหนะอื่นๆ) โดยในอนาคตเมื่อรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่ – มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร – นครพนม ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยสนับสนุนการขนส่งและโอกาสการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างเขตฯ ชายแดนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคให้เพิ่มมากขึ้นจากที่มีการเชื่อมโยงกับรถไฟจีน – ลาวทางเขตฯ หนองคายแล้วในปัจจุบัน
โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะ สศช. ได้ให้ข้อมูลเชิงนโยบาย/ทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาและการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งในส่วนของการพัฒนาเขตฯ ชายแดน และการพัฒนาภาค กลุ่มจังหวัด/จังหวัด ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อนโยบายการพัฒนาเขตฯ ชายแดน นอกจากนี้ ยังได้ติดตามการดำเนินโครงการสำคัญ อาทิ การก่อสร้างศูนย์การขนส่งชายแดนนครพนม (ซึ่งคัดเลือกได้บริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการในรูปแบบ PPP และจะเปิดให้บริการในปี 2569) ศูนย์บริการชายแดนเบ็ดเสร็จจุดเดียว (เปิดให้บริการ ณ อาคารสำนักงานเขตฯ นครพนมโดยมีหน่วยงาน CIQ มาร่วมอำนวยความสะดวกการนำเข้า-ส่งออกสินค้าข้ามแดน) การก่อสร้างถนนสาย มห.3019 แยก ทล.212 – บ.บางทรายใหญ่ (ถนนเชื่อมโยงที่ราชพัสดุที่ใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่พัฒนาในเขตฯ มุกดาหาร กับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2) การก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่ – มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร – นครพนม ช่วงสถานีสะพานฯ แห่งที่ 2 ถึงสถานีมุกดาหาร (รถไฟทางคู่สายใหม่ที่จะเปิดให้บริการในปี 2571) รวมทั้งได้รับฟังข้อคิดเห็นจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร และการขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นกิจการเป้าหมายที่มุ่งส่งเสริมการลงทุนในเขตฯ ได้แก่ กิจการแปรรูปยางซึ่งผลิตเป็นยางแท่งคุณภาพเพื่อป้อนสู่อุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์ในตลาดโลก กิจการผลิตน้ำตาลและไฟฟ้าชีวมวลจากอ้อย กิจการการขนส่งโลจิสติกส์ไปยังจีน/เวียดนามและคลังสินค้า และกิจการผลิตและแปรรูปข้าวอินทรีย์จากวิสาหกิจชุมชนของนครพนมที่อยู่ในระหว่างพัฒนาผลผลิตข้าวให้ได้มาตรฐานการปลูกข้าวที่ยั่งยืน (SRP Standard) ทั้งนี้ สศช. ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญและบทบาทของภาคส่วนในพื้นที่ในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนา เพื่อให้เขตฯ ชายแดนเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน และกระจายประโยชน์สู่ประชาชนและชุมชนได้อย่างทั่วถึงต่อไป
ข่าว / ภาพ : กองยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ (กพท.)