การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (กลุ่มเยาวชน) วันพุธที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 13.00-15.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายณฐพงศ์ วรรณรัตน์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นางสาวจินนา ตันศราวิพุธ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) กลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ เพื่อสะท้อนมุมมองและข้อเสนอแนะต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 อย่างรอบด้าน และเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ/การจัดทำแผนพัฒนาฯ โดยผู้เข้าร่วมเป็นเยาวชนหลากหลายกลุ่มที่มีอายุระหว่าง 15 – 24 ปี ซึ่งครอบคลุมเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ในเขตกรุงเทพฯ รวมประมาณ 60 คน และเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานตามแผนพัฒนาฯ ในระยะยาวต่อไป
ในช่วงเริ่มต้นของการรับฟังความคิดเห็นฯ สศช. ได้นำเสนอร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 เพื่อให้ข้อมูลและจุดประกายความคิด ซึ่งเยาวชนได้นำไปต่อยอดในการร่วมทำกิจกรรมทั้งในกลุ่มรวมและกลุ่มย่อยเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทุกประเด็นของเสาหลักการพัฒนา ภายใต้ร่างกรอบแผนฯ 14 อย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกับ 5 เสาหลักการพัฒนา ทั้งการพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปภาครัฐ การยกระดับทุนมนุษย์ การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และการถ่ายทอดและลงทุนในงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่เป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาและจะช่วยผลักดันให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะต่อไป โดยกลุ่มเยาวชนได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม อาทิ การแก้กฎหมายหรือปรับกฎระเบียบเพื่อลดข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจของ SMEs การจัดให้มีรัฐสวัสดิการสำหรับกลุ่มเปราะบาง การส่งเสริมทักษะดิจิทัลสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง การเน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ของภาครัฐ
นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอโครงการสำคัญ ภายใต้เสาหลักของการพัฒนา ที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดตั้งกองทุนเพื่อ SMEs/ Startup การจัดให้มีสวัสดิการตลอดชีวิต การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนด้วยเครือข่ายเยาวชนมัคคุเทศก์และยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของศูนย์พัฒนาทักษะอาชีพที่มีในแต่ละจังหวัด การสร้างความรู้ความเข้าใจในทิศทางเศรษฐกิจใหม่ เป็นต้น
ในการรับฟังความคิดเห็นฯ กลุ่มเยาวชน ในครั้งนี้ สศช. ได้ให้ความสำคัญกับทุกๆ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างอนาคตประเทศ และเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องด้วยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ขั้นตอนของการจัดทำแผนไปสู่การขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ สู่การปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดในอนาคต โดยการรับฟังความคิดเห็นฯ ในวันนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากภาคีการพัฒนาหลายภาคส่วน โดยเฉพาะจากองค์กรยูนิเซฟ ประเทศไทย (UNICEF) กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน)
ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นฯ กลุ่มเยาวชน ในเขตกรุงเทพฯ นี้ เป็นเวทีภายใต้กระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ที่ สศช. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ในระดับพื้นที่ 18 กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่ง สศช. จะได้รวบรวมและประมวลความเห็นจากที่ประชุมไปใช้ประกอบการปรับปรุงร่างกรอบแผนฯ และจัดทำรายละเอียดของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ให้มีความรอบด้านและตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้อย่างแท้จริงต่อไป
ข่าว : กองยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่และกองยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองภาพ : จักรพงศ์ สวภาพมงคล