Accessibility

Accessibility Options

เลขาธิการ สศช. บรรยายพิเศษ “แนวโน้มเศรษฐกิจไทย (Outlook for Thai Economy)” บนเวทีระดับโลก GAP ย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ พร้อมกางแผนทิศทางเศรษฐกิจประเทศ

วันนี้ (9 มีนาคม 2569) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “แนวโน้มเศรษฐกิจไทย (Outlook for Thai Economy)” ในการประชุมประจำปีของเครือข่ายธนาคารเพื่อการลงทุนอิสระระดับโลก Global Alliance Partners (GAP) โดยมี Mr.Tommy Taechaubol, Director & CEO, Country Group Holdings PCL เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

การบรรยายในครั้งนี้มุ่งเน้นการนำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา การประมาณการเศรษฐกิจในอนาคต ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง และทิศทางการพัฒนาประเทศระยะยาว เพื่อสร้างความชัดเจนและยกระดับความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างชาติ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

  • ภาพรวมและผลประกอบการทางเศรษฐกิจ (ปี 2568) : เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 สามารถขยายตัวได้ร้อยละ 2.5 ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปีเติบโตร้อยละ 2.4 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุนภาครัฐ การอัดฉีดแพ็กเกจการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานมูลค่ากว่า 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวร้อยละ 6.5 และการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี นอกจากนี้ ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (FDI) ยังพุ่งสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์
  • แนวโน้มเศรษฐกิจและความท้าทาย (ปี 2569) : เดิมคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปี 2569 จะขยายตัวที่ร้อยละ 2.0 แต่จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นแตะ 107 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งหากราคาปรับสูงขึ้นถึง 125 ดอลลาร์สหรัฐ อาจส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงเหลือร้อยละ 1.6 และหากแตะ 150 ดอลลาร์สหรัฐ อาจโตร้อยละ 1.3 วิกฤตพลังงานนี้อาจกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและจำนวนนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) นอกจากนี้ ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากหนี้ครัวเรือนในระดับสูง อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน 2569 เพื่อเร่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจต่อไป
  • ทิศทางการปรับตัวและแผนพัฒนาประเทศระยะยาว : ประเทศไทยยังคงมีจุดแข็งด้านเกษตรกรรม โดยมีปริมาณน้ำในเขื่อนระดับเต็มความจุเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) ซึ่งขับเคลื่อนภายใต้ 4 หลักการชี้นำ (Guiding Principles) ได้แก่ การเพิ่มผลิตภาพ (Advancing Productivity) การส่งเสริมการเติบโตอย่างมีส่วนร่วม (Promoting Inclusivity, Opportunities, and Shared Benefits) การยกระดับการปรับตัว (Elevating Adaptability) และการสร้างภูมิคุ้มกัน (Reinforcing Immunity) ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนผ่าน 5 เสาหลักการพัฒนา (5 Pillars of Development) ซึ่งประกอบด้วย การพลิกโฉมเศรษฐกิจ (Transform Economy) การยกระดับทุนมนุษย์ (Upgrade Human Capital) การรักษาสมดุลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (Sustain Resources & Environment) การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Transfer Technology & Innovation) และที่สำคัญคือ การปฏิรูปภาครัฐ (Reform Public Sector) เพื่อยกระดับขีดความสามารถและเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
  • นโยบายด้านพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) : ปัจจุบันไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 50,000 เมกะวัตต์ โดยมีสัดส่วนจากพลังงานหมุนเวียนร้อยละ 40 รัฐบาลกำลังจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนอีก 20,000 เมกะวัตต์ พร้อมเตรียมออกนโยบายให้ภาคเอกชนสามารถทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้โดยตรง (Private PPA) รวมถึงการจัดหาแหล่งพลังงานนำเข้าเพิ่มเติมจากประเทศลาว และอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อรองรับการลงทุนสีเขียวในอนาคต

ทั้งนี้ การบรรยายพิเศษของเลขาธิการฯ บนเวทีการประชุมระดับโลกในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการบริหารจัดการความท้าทายทางเศรษฐกิจในระยะสั้น ควบคู่ไปกับการวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การยกระดับการทำงานของภาครัฐ และการมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืนด้านพลังงาน ซึ่งแนวทางทั้งหมดนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติ และตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการลงทุนที่มั่นคง ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงในเวทีโลกต่อไป

ข่าว/ภาพ : เมฐติญา วงษ์ภักดี