สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมกับ ADB ได้จัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส ครั้งที่ 1/2569 แผนงาน GMS ในวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามโดยมีเจ้าหน้าที่อาวุโสเวียดนาม (นาย ฮว่าง หาย) รองอธิบดีกรมการจัดการหนี้และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจต่างประเทศ กระทรวงการคลัง เป็นประธาน และผู้แทนจาก ADB (นายอัลเฟรโดเปรดิกูเอโร) ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือระดับภูมิภาคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประธานร่วมฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาวุโสของ 5 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมฯ สำหรับฝ่ายไทยมีนางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะ
การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส ครั้งที่ 1/2569 แผนงาน GMS มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 28 แผนงาน GMS ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2569 ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีการหารือถึงแนวคิดหลักและเอกสารผลลัพธ์การประชุม โดยเฉพาะการทบทวนการดำเนินงานระยะกลางของกรอบความร่วมมือ GMS 2030 ยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุน ปี 2573 และกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง ปี 2573 รวมถึงติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานของสาขาต่าง ๆ ที่สำคัญ อาทิ ภาคการเกษตร พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว
ที่ประชุมฯ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อแนวคิดหลักการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 28 แผนงาน GMS ซึ่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในฐานะเจ้าภาพฯ ได้เสนอประเด็น “การส่งเสริมนวัตกรรมและการนำใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผ่านการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของรัฐบาลท้องถิ่นในแผนงาน GMS (Enhancing Innovation and Digitalization by Promoting Local Governments’ Participation in the GMS)” เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคให้มีความยั่งยืนและสามารถรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถของรัฐบาลท้องถิ่นในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมฯ ได้เน้นย้ำการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ซึ่งรวมถึงภาคเอกชน รัฐบาลท้องถิ่น หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา และสถาบันการศึกษา ผ่านการสนับสนุนการจัดเวทีคู่ขนานในห้วงการประชุมฯ เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดี ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกัน
ในการนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้หารือถึงแนวทางการจัดทำการทบทวนการดำเนินงานระยะกลางของกรอบความร่วมมือ GMS 2030 เพื่อติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนความเชื่อมโยง นวัตกรรม และความครอบคลุมของการพัฒนาในอนุภูมิภาค พร้อมทั้งเป็นแนวทางปรับทิศทางยุทธศาสตร์ของแผนงาน GMS ให้สอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงและความต้องการของประเทศสมาชิกโดยที่ประชุมฯ มีความเห็นสอดคล้องกันว่า อนุภูมิภาคมีความเสี่ยงที่จะเผชิญความท้าทายเพิ่มขึ้นจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของแผนงาน GMS และการขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมือ GMS 2030 ดังนั้น การทบทวนดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดลำดับความสำคัญของอนุภูมิภาคร่วมกันใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากยิ่งขึ้น รวมทั้งจะเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของอนุภูมิภาค ส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุม และสนับสนุนการขับเคลื่อนอนุภูมิภาคให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพในระยะยาว
นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้รับทราบความคืบหน้าของการดำเนินงานสำคัญและแผนการดำเนินงานของปี 2569 อาทิ การประชุมเวทีหารือระเบียงเศรษฐกิจ ครั้งที่ 14 (The 14th GMS Economic Corridors’ Forum: ECF-14) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2569 ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยมีหัวข้อหลักของการประชุม ได้แก่ “การเร่งรัด การใช้ประโยชน์ และการประสานการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นของอนุภูมิภาค GMS ต่อความท้าทายสำคัญระดับโลก (Accelerating, Harnessing, Harmonizing Economic Corridor Development to Ensure GMS Resilience Against Major Global Challenges)” เพื่อเร่งรัดการใช้ประโยชน์ของแนวระเบียงเศรษฐกิจและเขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมทั้งการบูรณาการบทบาทของรัฐบาลท้องถิ่น ผ่านการเสริมสร้างความร่วมมือร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน
ทั้งนี้ ในปี 2569 สศช. มีภารกิจในการจัดทำการทบทวนระยะกลางของกรอบความร่วมมือ GMS 2030 ร่วมกับประเทศสมาชิก GMS และ ADB และติดตามความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ GMS 2030 ของสาขาความร่วมมือต่าง ๆ ภายใต้แผนงาน GMS รวมทั้งเตรียมการการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 28 แผนงาน GMS ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2569 ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
ข่าว/ภาพ : กองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ