ข่าวสาร
ข่าวสาร/กิจกรรม
สศช. จัดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) ครั้งที่ 1/2564  ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (VDO Conference)
วันที่ 21 พ.ค. 2564 (จำนวนผู้เข้าชม  1314)

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้จัดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) ครั้งที่ 1/2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (VDO Conference) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา) เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนอย่างต่อเนื่อง และการยกระดับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษในภาคต่าง ๆ ให้เป็นฐานเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ เพื่อกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับพื้นที่และระดับภาคอย่างทั่วถึงและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่และความต้องการของประชาชน โดยมีสาระสำคัญของการประชุมสรุปดังนี้

รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ทั้งการพัฒนาภาคและกลุ่มจังหวัด/จังหวัด รวมทั้งการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และในปัจจุบันได้มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2564 ที่กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ กพศ. เป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการ กำกับติดตาม และสนับสนุนการดำเนินงานเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศให้เป็นไปอย่างบูรณาการและมีประสิทธิภาพ โดยในการดำเนินงานตามระเบียบดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งในส่วนของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนทั้ง 10 แห่ง ที่อยู่ระหว่างดำเนินการในปัจจุบัน และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษใน 4 ภาคของประเทศ

โดยในส่วนของการขับเคลื่อนการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 แห่ง ที่ผ่านมาภาครัฐได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากรซึ่งมีความก้าวหน้ากว่าร้อยละ 70 มีการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวโดยมีศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงานให้บริการในการเข้ามาทำงานแบบไป-กลับแก่แรงงานกัมพูชาและเมียนมาโดยใช้บัตรผ่านแดนและต้องมีการทำประกันสุขภาพให้มีระยะเวลาครอบคลุมระยะเวลาที่ทำงานในประเทศไทย รวมทั้งมีการจัดหาที่ดินราชพัสดุเพื่อใช้เป็นพื้นที่พัฒนานำร่องการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษโดยมีการเช่าพื้นที่พัฒนาแล้ว 5 พื้นที่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว สงขลา ตราด นครพนม และกาญจนบุรี ปัจจุบันมีการลงทุนของภาคเอกชนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 10 แห่งแล้วประมาณ 25,400 ล้านบาท

ในการประชุมครั้งนี้ กพศ. ได้เห็นชอบข้อเสนอและแนวทางการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ดังนี้

1. เห็นชอบข้อเสนอการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 10 พื้นที่ในระยะต่อไป โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ รวมทั้งมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐาน คณะอนุกรรมการด้านสิทธิประโยชน์ กำหนดพื้นที่ และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ คณะอนุกรรมการด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับข้อเสนอโครงการและมาตรการเพิ่มเติมไปพิจารณาจัดทำแผนการดำเนินงาน ระยะเวลาที่ต้องดำเนินการและตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงานให้มีความชัดเจน เพื่อเตรียมความพร้อมของพื้นที่โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงตลาดทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ให้เร่งประชาสัมพันธ์เพื่อให้ภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาลงทุนในพื้นที่

2. เห็นชอบในหลักการกำหนดพื้นที่และแนวทางในการให้สิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษใน 4 ภาค โดยในแต่ละพื้นที่มีบทบาท ดังนี้

  • ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC – Creative LANNA) ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง เพื่อเป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ เป็นแหล่งผลิตสินค้าและบริการที่ต่อยอดจากฐานวัฒนธรรมล้านนา ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่
  • ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor: NeEC – Bioeconomy) ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี และหนองคาย เพื่อพัฒนาเป็นฐานอุตสาหกรรมชีวภาพแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงการเกษตรและอุตสาหกรรมชีวภาพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดห่วงโซ่การผลิต
  • ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง – ตะวันตก (Central – Western Economic Corridor: CWEC) ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี เพื่อพัฒนาให้เป็นฐานเศรษฐกิจชั้นนำของภาคกลาง - ตะวันตกในด้านอุตสาหกรรมเกษตร การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมไฮเทคที่ได้มาตรฐานระดับสากล เชื่อมโยงกับกรุงเทพและพื้นที่โดยรอบ และ EEC
  • ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ในการเชื่อมโยงการค้าและโลจิสติกส์กับพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศและประเทศในภูมิภาคฝั่งทะเลอันดามัน และเป็นฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพและการแปรรูปการเกษตรมูลค่าสูง รวมทั้งเพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการท่องเที่ยวสู่นานาชาติ 

ทั้งนี้ กพศ. ได้มอบหมายให้จังหวัดที่อยู่ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 4 แห่ง ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดพื้นที่ที่มีความเหมาะสมให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ และสิทธิประโยชน์ที่จะให้แก่ผู้ประกอบการในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษแต่ละแห่ง รวมทั้งแนวทางการดำเนินงานและการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านสิทธิประโยชน์ กำหนดพื้นที่ และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ พิจารณากำหนดขอบเขตพื้นที่ของแต่ละระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ กิจการเป้าหมาย และสิทธิประโยชน์ และนำเสนอ กพศ. เพื่อพิจารณาต่อไป

ข่าวและภาพ: กองยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ (กพท.)


สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 962 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
โทรศัพท์ : 02-2804085 (40 คู่สาย) แฟกซ์ : 0-2281-3938 E-mail : pr@nesdc.go.th , webmaster@nesdc.go.th
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์