ข่าวสาร
ข่าวสาร/กิจกรรม
ประธานสภาพัฒน์เป็นประธานเปิดเวทีระดมความคิดกรอบแผนฯ 13  กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1
วันที่ 1 เม.ย. 2564 (จำนวนผู้เข้าชม  227)
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดระดมความคิดเห็น "กรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570)” ระดับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์) ณ โรงแรมท็อปแลนด์จังหวัดพิษณุโลก  รวมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อนำความเห็นไปใช้ในการกำหนดแนวทางของแผนพัฒนาฯ ให้สามารถชี้ชัดถึงเป้าหมายหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ และเชื่อมโยงสู่เป้าหมายย่อยในแต่ละด้านได้อย่างมีสมดุลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุมระดมความเห็นต่อ "กรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570)” ระดับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1(พิษณุโลก ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์) ณ โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ และได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พลเอก ดร.ศิริ  ทิวะพันธุ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 และผู้บริหารระดับจังหวัด อาทิ นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วมประชุม และผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจเอกชน เครือข่ายภาคประชาสังคม และนักวิชาการ จำนวนประมาณ 150 คน 

นายดนุชา  พิชยนันท์  เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวรายงานว่าการใช้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2565) เป็นกรอบในการพัฒนาประเทศ จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2565 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จึงได้เริ่มกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 เพื่อประกาศใช้ในช่วงปี 2566-2570 โดยได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่อกรอบของแผนพัฒนาฯ จากประชาชนทุกภาคส่วนในระดับพื้นที่ 18 กลุ่มจังหวัด จัดระดมความเห็นเฉพาะกลุ่ม และทางสื่อออนไลน์ จากนั้น สศช. จะนำความเห็นทั้งหมดที่ได้รับมาประมวลและกลั่นกรองเป็นกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 และเสนอสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนจะนำไปจัดทำรายละเอียดของแผนฉบับสมบูรณ์ต่อไป

ต่อจากนั้น ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวเปิดการประชุมว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ตาก) มีศักยภาพในการเป็นพื้นที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานชีวภาพหลักของประเทศ (Bio Economy Cluster) ในการพัฒนาแหล่งอุตสาหกรรมฐานชีวภาพ ยกระดับการผลิตและการจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป รวมทั้งอุตสาหกรรมวัสดุชีวมวล เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นโซ่ข้อสำคัญในการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์ของภาคเหนือ ซึ่งความเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมจะช่วยสะท้อนและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของคนรุ่นต่อไปอย่างยิ่ง

จากนั้น นางสาวจินางค์กูร  โรจนนันต์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้นำเสนอ "ร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพลิกโฉมประเทศไทยสู่ "เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน” โดยจะมีการเปลี่ยนผ่านประเทศใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านที่ 1 เน้นการสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้านที่ 2 การสร้างสังคมแห่งโอกาสและความเสมอภาค ด้านที่ 3 การปรับเปลี่ยนไปสู่วิถีชีวิตที่มีความยั่งยืนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปลอดภัย และด้านที่ 4 ปัจจัยสนับสนุนการผลิกโฉมประเทศ โดยการสร้างกำลังคนและภาครัฐที่มีสมรรถนะสูง

ทั้งนี้ในการพลิกโฉมใน 4 ด้านดังกล่าว มีประเด็นที่จะให้ความสำคัญในช่วง 5 ปี ดังนี้  (1) ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปมูลค่าสูง (2) ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณค่าและความยั่งยืน (3) ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน  (4) ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง (5) ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุน และจุดยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค (6) ไทยเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและบริการดิจิทัลของอาเซียน (7) มุ่งลดความเหลื่อมล้ำระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่และSMEs (8) มุ่งลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่ (9) มุ่งเพิ่มพลวัตการเลื่อนชั้นทางสังคมและลดความเหลื่อมล้ำเชิงรายได้และความมั่งคั่ง (10) ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ (11) ไทยสามารถปรับตัวและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ (12) ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต และ (13) ไทยมีภาครัฐที่มีสมรรถนะสูง

ประชาชนทั่วไปสามารถแสดงความคิดเห็นต่อกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ของ สศช. ได้ทางเว็บไซต์ www.nesdc.go.th, Facebook สภาพัฒน์, Twitter สภาพัฒน์, Line สภาพัฒน์ Update, Email : plan13@nesdc.go.th แบบสอบถามออนไลน์ และตู้ ปณ.49 ปทฝ. หลานหลวง กรุงเทพฯ 10102

ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนายดนุชา  พิชยนันท์  เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้บันทึกเทปรายการ "เช้านี้ที่เมืองเหนือ” ของสถานีโทรทัศน์ NBT พิษณุโลก เพื่อออกอากาศเผยแพร่ในวันที่ 2 เมษายน ศกนี้ เวลา 9.45-10.00 น. โดยมีถ่ายทอด Facebook live 
ไปทั่วประเทศด้วย

ข่าว : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ภาพ : เมฐติญา วงษ์ภักดี

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 962 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
โทรศัพท์ : 02-2804085 (40 คู่สาย) แฟกซ์ : 0-2281-3938 E-mail : pr@nesdc.go.th , webmaster@nesdc.go.th
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์