Accessibility

Accessibility Options

สภาพัฒน์จัดรับฟังความคิดเห็นภาคีการพัฒนาต่อร่างกรอบแผนฯ 14 พื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ณ จังหวัดตรัง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 ดร. วิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกลุ่มเยาวชน ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง โดยมีนักศึกษาจากคณะต่าง ๆ เข้าร่วมจำนวน 163 คน ซึ่งนักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ใน 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้

เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจให้ดี จะเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะทำให้การพัฒนาประเทศในมิติอื่นๆ ดีขึ้นด้วย และควรส่งเสริมให้แรงงานให้มีศักยภาพ เพิ่มทักษะแรงงานที่จำเป็น เพิ่มการเข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐานและการรองรับการมีงานทำเพื่อลดปัญหาการว่างงานของนักศึกษาจบใหม่

เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ อาทิ รัฐบาลต้องปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง เร่งลดความเหลื่อมล้ำ การบริหารประเทศและกระบวนการจัดทำนโยบายต่าง ๆ ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาฯ และปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการประชาชนให้สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย

เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ อาทิ การเรียนการสอนในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน โดยทักษะที่จำเป็นในปัจจุบัน ได้แก่ เทคโนโลยีดิจิทัล การสื่อสาร/การนำเสนอ และภาวะผู้นำ นอกจากนี้ สถานศึกษาควรให้ความสำคัญกับสอนภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเพื่อให้เรียนจบแล้วทำงานได้จริง

เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ ควรลดการปล่อยคาร์บอนฯ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนอย่างจริงจัง ลดการใช้พลาสติก ส่งเสริมการรีไซเคิล ลดขนาดการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้มากขึ้น ลดการเผา และลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เปลี่ยนเป็นการใช้รถไฟฟ้า

เสาหลักที่ 5 การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม อาทิ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ เช่น แก้ระบบการโกง ตรวจสอบทุจริต สร้างหุ่นยนต์ทำงานแทนคน เทคโนโลยีที่ลดมลพิษ เตือนภัยพิบัติ จัดการขยะ รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีที่เยาวชนใช้ในการเรียนและชีวิตประจำวันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

จากนั้นในวันที่  20 มีนาคม 2569  ดร. วิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการ สศช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (กระบี่ พังงา ระนอง ภูเก็ต สตูล ตรัง) ณ โรงแรมเรือรัษฎา จ.ตรัง มีผู้เข้าร่วมจำนวน 162 คน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม โดยมีพันจ่าโท อนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรังกล่าวต้อนรับ ทั้งนี้ ภายหลัง ดร. วิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการ สศช. นำเสนอร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ที่ประชุมได้แบ่งการแสดงความคิดเห็นเป็น 3 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย กลุ่มเศรษฐกิจ กลุ่มทุนมนุษย์ และกลุ่มทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยแต่ละกลุ่มมีการรับฟังความคิดเห็นในด้านการบริหารภาครัฐและด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้วย สรุปความคิดเห็นสำคัญ ทั้ง 5 เสา ดังนี้

เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ ยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เสริมอัตลักษณ์ชุมชนและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก ยกระดับ SME ให้เข้าถึงเทคโนโลยี จัดการทุนนอกระบบ ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งสาธารณะเพื่อรองรับการท่องเที่ยวและการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ให้เกิดขึ้นจริง

เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ อาทิ พัฒนาระบบข้อมูล “One Government One Data” ปฏิรูปการบริหารระดับอำเภอ โดยให้ “ชุมชนนำ รัฐบาลหนุน” ลดการใช้ถ้อยคำในกฎหมายที่เปิดช่องให้เกิดการใช้ดุลพินิจในการพิจารณา เช่น คำว่า “อาจให้…”

เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ อาทิ เพิ่มจำนวนประชากรต้องควบคู่การทำให้เด็กเกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพด้วย ส่งเสริมการถ่ายทอดภูมิปัญญาของผู้สูงวัยให้กับคนรุ่นหลัง สร้างความสมดุลผู้เรียนด้านวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์

เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ ส่งเสริมเพิ่มมูลค่าอย่างเป็นระบบเพื่อลดปริมาณขยะ เช่น การนำขยะมาสร้างถนน มีการบัญชาการในกรณีเกิดภัยพิบัติที่ชัดเจน (Single Command) พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างเมือง

เสาหลักที่ 5 การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม อาทิ ส่งเสริมให้คนไทยสร้างเทคโนโลยีของตนเอง เร่งสร้างอธิปไตยดิจิทัล (Digital Sovereignty) เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญให้อยู่ภายในประเทศ สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลควบคู่การพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันการใช้ AI และดิจิทัล

หลังจากนี้ สศช. จะรวบรวมความเห็นจากที่ประชุมทุกกลุ่มจังหวัด ไปปรับปรุงร่างกรอบแผนฯ และจัดทำรายละเอียดของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ต่อไป


ข่าว/ภาพ : กองขับเคลื่อนและประเมินผลการพัฒนา