เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานคณะกรรมการยกร่างแผนด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและอดีตประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายกงกฤช หิรัญกิจ กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดร.วิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) ในระดับพื้นที่ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ประกอบด้วย จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม จำนวน 197 คน
การประชุมได้รับเกียรติจากนายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม จากนั้นศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว กล่าวเปิดประชุมและชี้แจงแนวทางการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ก่อนที่จะเป็นการนำเสนอร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 โดย ดร.วิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และได้แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นการพัฒนาใน 5 เสาหลัก ของร่างกรอบแผนฯ 14 อย่างกว้างขวาง โดยมีความเห็นสำคัญ ดังนี้
เสาที่ 1 การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ : การพัฒนาต้องคำนึงถึงการเติบโตที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาเกษตรแบบยั่งยืน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเชิงวัฒนธรรม รวมถึงการท่องเที่ยวเมืองรอง พัฒนา SME โดยส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนและตลาด ยกระดับทักษะและการตระหนักรู้ทางการเงินของประชาชน เป็นต้น
เสาที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ : ลดความซ้ำซ้อนและบูรณาการงานภาครัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงง่าย รวดเร็ว และลดการทุจริต ปรับการทำงานจาก Function based เป็น Agenda based เพิ่มความสอดคล้องระหว่างนโยบายจากส่วนกลางและภูมิภาค ตลอดจนความสอดคล้องในการทำงานระหว่างหน่วยงานวางแผนและหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ จัดสรรงบประมาณให้จังหวัดแบบ Lump sum ส่งเสริมการกระจายอำนาจและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ผลักดันให้องค์กรนอกภาครัฐร่วมเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา เป็นต้น
เสาที่ 3 การพัฒนาทุนมนุษย์ : ควรกระจายการพัฒนาให้ทั่วถึงทั้งในเชิงพื้นที่และทุกกลุ่มและทุกวัยของประชากร และมีความสมดุลระหว่างการพัฒนาแบบองค์รวมและแยกส่วน การพัฒนาทุนมนุษย์ต้องสอดคล้องกับบริบททางสังคมของโลกและของประเทศในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต เช่น โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ รวมทั้งต้องมีการวิเคราะห์ Pain point หรือความต้องการของแรงงาน เพื่อ Upskill/Reskill และสร้าง New skill ที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน เร่งแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน ส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันและยกระดับมาตรฐานบริการด้านสุขภาพ รวมถึงสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงวัย เด็กที่มีพ่อแม่อยู่ในเรือนจำ ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวและการเกิดอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งการขยายโอกาสการทำงานของผู้สูงวัยที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงเพื่อเสริมกำลังแรงงานในตลาด เป็นต้น
เสาที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : บริหารจัดการน้ำแบบยั่งยืน โดยส่งเสริมการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กที่จัดเก็บน้ำได้เนื้อที่มากขึ้นในลักษณะแก้มลิง จัดตั้งกองทุนบริหารจัดการน้ำชุมชน ผลักดันหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” แก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งควบคู่ไปกับการออกสิทธิประมงชุมชน ปรับปรุงกฎหมายด้านบรรเทาสาธารณภัย สร้างจิตสำนึกของประชาชนในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม นำ SEA มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจเชิงนโยบายควบคู่กับกับการทบทวนหรือควบคุมโครงการที่ส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
เสาที่ 5 การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม : ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ภาครัฐสนับสนุนการลงทุนเพื่อสร้างเทคโนโลยีมากกว่าใช้เทคโนโลยีต่างชาติ สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการลงทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีระดับ Deep Science เพื่อเป็นฐานในการสร้างนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง พัฒนาระบบและส่งเสริมการจดสิทธิบัตร ควรมีหน่วยงานบูรณาการฐานข้อมูลภาครัฐทุกเรื่องให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานและพื้นที่ สร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาเพื่อให้เกิดการวิจัยและการสร้างเทคโนโลยีที่นำไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง ปรับระบบการจูงใจให้มีผู้สนใจศึกษาในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น พัฒนาเทคโนโลยีในการบริหารจัดการน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น
สศช. จะรวบรวมความเห็นจากที่ประชุมทุกกลุ่มจังหวัด ไปปรับปรุงร่างกรอบแผนฯ และจัดทำรายละเอียดของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ต่อไป
ข่าว/ภาพ : กองขับเคลื่อนและประเมินผลการพัฒนา