Accessibility

Accessibility Options

การประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจเอเปค (Economic Committee: EC) ครั้งที่ 1/2569 ณ เมืองกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

สาธารณรัฐประชาชนจีน ในฐานะเจ้าภาพเอเปคปี 2569 ได้จัดการประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจเอเปค (Economic Committee: EC) ครั้งที่ 1/2569 ในระหว่างวันที่ 8 – 9 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งอยู่ในห้วงการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้งที่ 1 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (First Senior Officials’ Meeting and Related Meetings: SOM1) ณ เมืองกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทยเข้าร่วมการประชุมฯ

การประชุมเอเปคประจำปี 2569 มีแนวคิดหลัก ได้แก่ “การสร้างประชาคมเอเชียแปซิฟิกเพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” (Building an Asia-Pacific Community to Prosper Together) เพื่อเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับความเป็นเอกภาพและการประสานงานระหว่างกัน โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเปิดกว้าง (Openness) นวัตกรรม (Innovation) และความร่วมมือ (Cooperation) โดย EC มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้างด้านนโยบายและกฎหมายเพื่อเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เชื่อมโยง และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในภูมิภาค

ในการประชุม EC ครั้งที่ 1/2569 ผู้แทนเขตเศรษฐกิจได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในภูมิภาค โดยที่ประชุมมีความเห็นสอดคล้องกันว่า แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเปคในปีนี้จะยังคงมีความยืดหยุ่นและสามารถฟื้นตัวได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังเผชิญความท้าทายเพิ่มขึ้นจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ควบคู่กับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุน ห่วงโซ่อุปทาน และระดับความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของมาตรการกีดกันทางการค้า รวมทั้งความเปราะบางจากการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานที่มีความกระจุกตัวในบางภาคส่วน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจบั่นทอนศักยภาพการเติบโตของภูมิภาคในระยะปานกลางและระยะยาว

ในการนี้ ที่ประชุมฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเร่งดำเนินการปฏิรูปเชิงโครงสร้างท่ามกลางความท้าทายร่วมในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับการดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบและการเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดี อย่างไรก็ดี ที่ประชุมฯ ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการส่งเสริมการนำ AI ไปใช้อย่างมีความรับผิดชอบ ครอบคลุม และสอดคล้องกับบริบทของแต่ละเขตเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การยกระดับทักษะดิจิทัลของแรงงาน ตลอดจนการกำหนดกรอบกำกับดูแลที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยง

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้หารือถึงแนวทางในการจัดทำแผนการดำเนินงานภายใต้การยกระดับวาระการปฏิรูปโครงสร้างเอเปคที่เข้มแข็ง (Strengthened and Enhanced APEC Agenda for Structural Reform: SEAASR) สำหรับขับเคลื่อนงานด้านการปฏิรูปโครงสร้างในระยะต่อไปให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งได้รับฟังรายงานความก้าวหน้าในช่วงที่ผ่านมาของกลุ่มเพื่อนประธาน (Friend of the Chair: FotC) และแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับประเด็นสำคัญภายใต้ SEAASR

ที่ประชุมฯ ยังได้หารือถึงความคืบหน้าในการจัดทำรายงานนโยบายเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Policy Report: AEPR) ประจำปี 2569 เรื่อง การปฏิรูปโครงสร้างและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Structural Reform and AI-Driven Digital Transformation) ซึ่งมุ่งเน้นศึกษาสถานะและโอกาสของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล บทบาทของนโยบายและการปฏิรูปในการส่งเสริมนวัตกรรม การพัฒนาระบบนิเวศ AI และดิจิทัลที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ การลดความเหลื่อมล้ำและเสริมสร้างทักษะดิจิทัล ตลอดจนการประเมินผลและบทเรียนจากการดำเนินนโยบาย และแนวทางการเตรียมการจัดทำรายงาน APER ประจำปี 2570 ซึ่งนำโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน ในฐานะเจ้าภาพเอเปคประจำปี 2569 โดย EC จะร่วมพัฒนาประเด็นการศึกษาและจัดตั้งคณะทำงานหลักเพื่อดำเนินการวางแผนจัดทำรายงานดังกล่าวต่อไป

นอกจากนี้ คณะ สศช. ยังได้เข้าร่วมการเสวนาร่วมระหว่าง EC และกลุ่มการค้าบริการ (Group on Services: GOS) ในประเด็นการค้าบริการและการปฏิรูปโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม ผลิตภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขัน (EC-GOS Workshop on Services and Structural Reform: Innovation, Productivity and Competitiveness) โดยได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับบทบาทของภาคบริการในฐานะรากฐานสำคัญของยุทธศาสตร์การเติบโตและการพัฒนาเพื่อสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ซึ่งมีบทบาทเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ในปี 2569 สศช. มีภารกิจขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปฏิรูปโครงสร้างร่วมกับเขตเศรษฐกิจเอเปคภายใต้ SEAASR รวมทั้งติดตามความก้าวหน้าในการจัดทำนโยบายเศรษฐกิจเอเปค และมีกำหนดเข้าร่วมคณะกรรมการเศรษฐกิจเอเปค (Economic Committee: EC) ครั้งที่ 2/2569 ในช่วงเดือนสิงหาคม ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน

ข่าว/ภาพ : กองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ