เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นำโดย ดร.วันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดร.ปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและประเมินผลการพัฒนา และเจ้าหน้าที่กองขับเคลื่อนและประเมินผลการพัฒนา สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ลงพื้นที่เข้าพบ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์เดช รัตนานนท์เสถียร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีและผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ เพื่อนำเสนอสาระสำคัญของเสาหลักการพัฒนาในร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) โดยเน้นที่เสาการปฏิรูปภาครัฐ และรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปการบริหารจัดการสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐเพื่อสนับสนุนการพัฒนาในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14
ผู้บริหาร มรภ.กาญจนบุรี ได้นำเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยที่มีเป้าหมายให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น มุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางการศึกษา ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ พร้อมทั้งมีแนวทางการปรับบทบาทมหาวิทยาลัย อาทิ การพัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองต่อแนวทางการพัฒนาของประเทศ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับความต้องการในพื้นที่ มีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้มีความทันสมัย ปรับจากเทคโนโลยีสารสนเทศเดิมไปสู่หลักสูตรปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ผ่านระบบคอร์สระยะสั้น Up–skill และ Re–skill และมีแนวคิดในการจัดทำระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมปลายสามารถสะสมหน่วยกิตล่วงหน้า (Pre-degree) ร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนในจังหวัดกาญจนบุรีและภาคตะวันตก ตลอดจนการขยายหลักสูตรการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) ร่วมกับสถานประกอบการเพื่อพัฒนาทักษะของนักศึกษาให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมและสร้างโอกาสในการทำงานของนักศึกษา
ขณะเดียวกัน มรภ.กาญจนบุรี ยังมุ่งเน้นงานวิจัยและการบริการสังคมที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนท้องถิ่น ผ่านการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในโครงการ Sandbox ระดับตำบล จำนวน 5 sandboxes รับผิดชอบโดยแต่ละคณะ ซึ่งเป็นการบูรณาการองค์ความรู้จากทุกคณะ วิเคราะห์ความต้องการและปัญหาของชุมชนอย่างแท้จริง พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เช่น การดำเนินโครงการบริหารจัดการขยะ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอาหาร (Gastronomy) และระบบการบริหารจัดการชุมชนผ่านฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น และมีแนวคิดจะจัดตั้ง Holding Company เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถสร้างรายได้จากการต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมชุมชนไปสู่เชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าภายใต้หลักความคุ้มทุนและการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน (Space & Facility Sharing) การควบคุมอัตรากำลังคนโดยเน้นการไม่เพิ่มอัตรากำลัง แต่เน้นการพัฒนาบุคลากรรายบุคคล (IDP) ให้มีทักษะดิจิทัลและ AI ตลอดจนการพัฒนาระบบสารสนเทศดิจิทัล เช่น ERP, E-Service และ KRU-MOOC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการให้บริการวิชาการ
ภาพ/ข่าว : กองขับเคลื่อนและประเมินผลการพัฒนา