Accessibility

Accessibility Options

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งที่ 1/2569

     วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน 2569 คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ได้มีการประชุมครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวเปิดประชุม รองนายกรัฐมนตรี (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) เป็นประธานในการประชุม มีรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นกรรมการ โดยมีนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการฯ และนางภาวิณา อัศวมณีกุล รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการฯ ในการประชุม

     โดยท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กล่าวถึง ความสำคัญของดาต้าเซ็นเตอร์ต่อเศรษฐกิจดิจิทัล และขอให้เร่งกำหนดหลักเกณฑ์และกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงพื้นที่ ทรัพยากรที่ใช้ ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงปลอดภัย และการส่งเสริม Green Data Center, AI และ Cloud เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค

     ที่ประชุมฯ รับนโยบายของนายกรัฐมนตรีฯ และได้มีมติใน 4 ประเด็น ดังนี้

  1. เร่งจัดทำและบูรณาการข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ให้เป็นชุดข้อมูลเดียวกันโดยเร็ว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติ อนุญาตประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ จัดส่งข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งที่ประกอบกิจการแล้ว ก่อสร้างแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างก่อสร้าง อยู่ระหว่างการพิจารณา ให้ฝ่ายเลขานุการฯ ภายในวันที่ 11 กันยายน 2569 รวมทั้งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพิจารณาความเหมาะสมของการกำหนดรหัสมาตรฐานสำหรับจำแนกอุตสาหกรรม (TSIC) เฉพาะของดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อใช้ติดตามและกำกับการลงทุน การประกอบกิจการ และสัญชาติของกิจการดาต้าเซ็นเตอร์

  2. เร่งจัดระเบียบและวางกติการ่วมกันในการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ ให้ครอบคลุมกับดาต้าเซ็นเตอร์ทุกประเภท (Apply to all) ทั้งที่ใช้เองภายในกิจการของตนเองหรือบริษัทในเครือ หรือบุคคลอื่นที่มิใช่บริษัทในเครือ โดยให้ฝ่ายเลขานุการฯ เร่งจัดกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้รับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามข้อมูลตามสถานะ ขนาด รูปแบบของดาต้าเซ็นเตอร์ หรือเกณฑ์อื่นที่เหมาะสม เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาหลักเกณฑ์และกรอบการกำกับดาต้าเซ็นเตอร์ในแต่ละกลุ่ม

  3. ออกแบบปริมาณและรูปแบบดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประเทศต้องการ ผ่านนโยบายฯ ที่คณะกรรมการฯ อยู่ระหว่างพิจารณาในรายละเอียด โดยเห็นชอบ (ร่าง) นโยบายฯ ที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ ที่กำหนดให้ (1) มาตรการและข้อกำหนดที่คณะกรรมการฯ จะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา จะใช้ครอบคลุมกับดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งที่เปิดให้บริการแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้าง และอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติ อนุญาตของหน่วยงาน (2) ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 2 MW ถือเป็นกิจการประเภทอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน (3) กำหนดอัตราค่าใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่สะท้อนต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน รวมทั้งต้องมุ่งสู่ Green Data Center เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ (4) กำหนดกลไกกลั่นกรองความเหมาะสมและความคุ้มค่าของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แบบรวมศูนย์ โดยอาจใช้กระบวนการพิจารณาข้อเสนอ (Pitching) เป็นรอบ ๆ เพื่อคัดเลือกดาต้าเซ็นเตอร์ที่สร้างประโยชน์ต่อประเทศไทยมากที่สุด และ (5) พัฒนาระบบนิเวศเพื่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจไทยที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

  4. กำหนดเกณฑ์การประเมินในมิติต่าง ๆ ที่ใช้ในการ Pitching โดยจัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะด้าน 4 ชุด ได้แก่ (1) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน (2) ด้านพื้นที่และอาคาร (3) ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำมาตรฐานทางเทคนิคขั้นต่ำ (Minimum Requirement) ในแต่ละด้าน และแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสม สำหรับเป็นข้อมูลสนับสนุนให้กับคณะอนุกรรมการชุดที่ (4) ด้านเศรษฐกิจ ในการจัดทำหลักเกณฑ์ทางเศรษฐกิจเพื่อใช้ในการคัดเลือกดาต้าเซ็นเตอร์ที่จะได้รับสิทธิในการประกอบกิจการในประเทศไทย โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ กำหนดประเด็นและประสานการดำเนินงานกับคณะอนุกรรมการทั้ง 4 ชุดให้มีความเชื่อมโยงกัน เพื่อเสนอคณะกรรมการฯ ภายในเดือนกันยายน 2569

ข่าว : กองยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน / กองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน

ภาพ : จักรพงศ์ สวภาพมงคล