Accessibility

Accessibility Options

สภาพัฒน์ชูแผน 3 ปี ขับเคลื่อนบ้านน้ำรีพัฒนาคืนผืนป่าสร้างพื้นที่วนเกษตร 2,255 ไร่ ให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีรายได้ที่ยั่งยืน

สรุปข่าวการประชุม
คณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ ครั้งที่ 2/2569
วันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ สำนักงานองคมนตรี

          คณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธาน องคมนตรี ได้แก่ นายอำพน กิตติอำพน พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท และพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง เป็นรองประธาน หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ และมีนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ ได้มีการประชุม ครั้งที่ 2/2569 ณ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ห้องประชุมชั้น 1 สำนักงานองคมนตรี โดย นายณฐพงศ์ วรรณรัตน์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย

          การประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ ครั้งที่ 2/2569 นี้ เป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานต่อเนื่องของคณะกรรมการฯ โดยประธานกรรมการฯ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานต่าง ๆ ใช้หลักการของความยั่งยืนในการดำเนินงาน สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อเตรียมพร้อมชุมชนให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ เน้นการพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงรักษาอัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อให้พื้นที่มีการพัฒนาที่ดีขึ้นในทุกมิติอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เสริมสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง/พึ่งตนเองได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นไปตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

          โดยที่ประชุมได้มีมติที่สำคัญในการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนบ้านน้ำรีพัฒนา ตามพระราชดำริ จังหวัดน่าน ดังนี้
          1. รับทราบผลการดำเนินโครงการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-กันยายน 2569 ซึ่งแล้วเสร็จ 38 โครงการ โดยหลายโครงการเป็นโครงการเร่งด่วนที่ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้ทันท่วงที เช่น จัดที่ดินทำกิน ประมาณ 4,828 ไร่และมอบสมุดประจำตัวแก่ราษฎร 413 ราย นำหลักการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงมาใช้ในการปลูกพืชที่มีมูลค่าสูงโดยเกษตรกรต้นแบบ 13 ราย ซ่อมสะพานชำรุดบนทางหลวงหมายเลข 1081 ติดตั้ง Solar Rooftop แก้ปัญหาไฟดับบ่อยให้ รพ.สต.บ้านน้ำรีพัฒนา และมีโครงการที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องให้เกิดความยั่งยืน เช่น ปลูกสนสามใบ 2,000 ต้น ปลูกหญ้าแฝก 20,000 ต้น เก็บเกี่ยว/ขายผลผลิต (มะเขือเทศเชอรี่ แตงกวาญี่ปุ่น และเสาวรส) ของเกษตรกรต้นแบบ 13 ราย และเตรียมขยายผลสู่เกษตรกรกว่า 200 ราย ส่งเสริมทักษะอาชีพในโรงเรียนบ้านน้ำรีพัฒนา จัดกิจกรรม Media FAM Trip พัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน และสิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนบ้านน้ำรีพัฒนารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของและร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มจิตอาสาเกิดขึ้นโดยเฉพาะในการดูแลรักษาป่า/สิ่งแวดล้อม มีเกษตรกรต้นแบบปลูกพืชที่หลากหลายขึ้นซึ่งจะขยายผลให้มีความต่อเนื่อง และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้รุ่นต่อ ๆ ไป
          2. เห็นชอบแผนการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนบ้านน้ำรีพัฒนา ตามพระราชดำริ จังหวัดน่าน ปี 2570 – 2572 (ตุลาคม 2569 – กันยายน 2572) โดยมีเป้าหมาย ดังนี้ 1) พื้นที่ที่ประชาชนเข้าทำประโยชน์หลังปี 2557 ปรับเป็นวนเกษตรเพิ่มขึ้น 2,255 ไร่ 2) เกษตรกรต้นแบบมีรายได้รวมเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 150,000 บาท/คน/ปี และมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปลูกพืชทางเลือกใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น 3) มีโครงสร้างพื้นฐาน โครงข่ายดิจิทัล และระบบจัดการน้ำที่ได้มาตรฐานและเพียงพอ 4) แหล่งท่องเที่ยวมีความพร้อมและช่วยสร้างรายได้สู่ชุมชนได้มากขึ้น และ 5) นักเรียนโรงเรียนบ้านน้ำรีพัฒนามีผักปลอดภัยและโปรตีนเสริม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร

          สำหรับแนวทางการดำเนินงานมุ่งเน้น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านอาชีพและการเกษตร ด้านระบบสาธารณูปโภคและการท่องเที่ยว และด้านสาธารณสุขและการศึกษา โดยในแต่ละด้านมีคณะอนุกรรมการซึ่งมีองคมนตรีเป็นประธาน (นายอำพน กิตติอำพน พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท และพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี) ขับเคลื่อนร่วมกับกลไกในระดับพื้นที่ของจังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินโครงการสำคัญเพื่อให้บรรลุเป้าหมายภายใต้แผนฯ

          โดยมีผลที่คาดว่าจะได้รับภายในปี 2572 ได้แก่ 1) ด้านอาชีพและการเกษตร จะมีพื้นที่วนเกษตรและพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น 1,000 ไร่ในปีแรก และเพิ่มเป็น 2,255 ไร่เมื่อสิ้นสุดแผน ประชาชนมีที่ดินทำกิน มีความรู้ ลดต้นทุน มีรายได้เสริมที่แน่นอนและมีตลาดรองรับผลผลิตที่ยั่งยืน 2) ด้านระบบสาธารณูโภคและการท่องเที่ยว ถนน ไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต รวมถึงแหล่งน้ำสำหรับการเกษตรและอุปโภค/บริโภคมีเพียงพอ ชุมชนมีส่วนร่วมด้านการท่องเที่ยวและมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และ 3) ด้านสาธารณสุขและการศึกษา การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) พร้อมให้บริการได้ต่อเนื่อง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มีความรู้และทักษะนวดแผนไทยและทำผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพร โรงเรียนบ้านน้ำรีพัฒนาได้รับการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ นักเรียนมีความรู้ด้านการเงินและการออม มีการตั้งธนาคารโรงเรียน และมีทักษะอาชีพที่ตรงกับบริบทพื้นที่ เด็กปฐมวัยได้รับสารอาหารครบถ้วนและมีพัฒนาการเหมาะสมตามช่วงวัย รวมทั้งประชาชนมีน้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน

          สศช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ จะได้บูรณาการและขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับจังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและพื้นที่ รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนให้เป็นไปตามเป้าหมายของแผนฯ ซึ่งจะมีการติดตาม สำรวจพื้นที่และรับฟังปัญหา/อุปสรรคเป็นระยะ เพื่อให้สามารถสนับสนุนความต้องการและช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที

          ประธานกรรมการฯ ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายร่วมผนึกกำลังร่วมขับเคลื่อนแผนฯ ระยะ 3 ปี ตามที่ สศช. เสนอ นอกจากนี้ ยังได้แสดงความห่วงใยประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านที่ประสบอุทกภัย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดน่านรายงานว่ารัฐบาลและหน่วยงานในพื้นที่ได้ช่วยดูแลและเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มที่ และฟื้นฟูพื้นที่ที่เสียหายและได้รับผลกระทบ ซึ่งจะกลับสู่สถานการณ์ปกติได้โดยเร็ว

ข่าว : กองยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่
ภาพ : จักรพงศ์ สวภาพมงคล