Accessibility

Accessibility Options

สภาพัฒน์–ADB ร่วมหารือร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาฯ ของ ADB ปี 2570–2575 สนับสนุนการขับเคลื่อนไทยอย่างครอบคลุม

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) โดย Mr. Aaron Batten ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทน ADB ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเชิงลึกจากฝ่ายไทยต่อ ร่างยุทธศาสตร์หุ้นส่วนการพัฒนาระดับประเทศ (Country Partnership Strategy: CPS) พ.ศ. 2570–2575 ซึ่ง ADB เป็นผู้จัดทำขึ้น

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างยุทธศาสตร์ CPS ฉบับใหม่ ให้สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาและเป้าหมายระยะยาวของประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในด้านการเสริมสร้างภูมิต้านทานภายในประเทศ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และการเพิ่มความเชื่อมั่นของไทยบนเวทีโลก ทั้งนี้ แนวทางของร่างยุทธศาสตร์ CPS ยังเชื่อมโยงกับร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ซึ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ของประเทศ ผ่านการขับเคลื่อนกลไกการพัฒนาในมิติเศรษฐกิจ ภาครัฐ ทุนมนุษย์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ADB ได้นำเสนอร่างยุทธศาสตร์ที่มุ่งสนับสนุนประเทศไทยให้มีพลวัต ครอบคลุม และมีภูมิคุ้มกัน ผ่านแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียวและนวัตกรรม การกระจายความมั่งคั่งสู่ภูมิภาคและครัวเรือน รวมถึงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับประเด็นข้ามสาขา เช่น การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ความร่วมมือระดับภูมิภาค และการส่งเสริมความเท่าเทียมทางสังคม

ในการนี้ สศช. ได้เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างยุทธศาสตร์ CPS ดังกล่าว เพื่อให้เกิดความครอบคลุมมากขึ้น และตรงประเด็นกับทิศทางการพัฒนาของประเทศ ภายใต้บริบทของโลกที่มีความพลวัตและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่าร่างยุทธศาสตร์ฉบับนี้มีหลักการที่ครอบคลุมและสามารถสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาของประเทศได้ ทั้งนี้ สศช. ได้เสนอให้พิจารณาประเด็นเพิ่มเติม อาทิ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว การยกระดับผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในระดับประเทศและระดับพื้นที่ การพัฒนาเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์เชิงลึก และการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตและกลไกที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยเฉพาะ
การยกระดับมาตรฐานและศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจเหล่านี้ให้สามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าได้มากขึ้น

ในด้านสังคม สศช. ได้เสนอให้พิจารณาประเด็นเศรษฐกิจอายุวัฒน์ (longevity economy) ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากขึ้นจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งควรให้ความสำคัญทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ (hard infrastructure) และการพัฒนาด้านกฎระเบียบ มาตรฐาน และระบบบริการที่เกี่ยวข้อง (soft infrastructure) เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ

สศช. ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของ ADB ในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพในการสนับสนุนเชิงนโยบาย การพัฒนาองค์ความรู้ การระดมทุน และการเชื่อมโยงภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้การพัฒนาของไทยก้าวสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสามารถรับมือกับความท้าทายเชิงโครงสร้างได้อย่างมั่นคง


ข่าว : กองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ 
ภาพ : เมฐติญา วงษ์ภักดี