เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสนอผลการศึกษาการประเมินความเสี่ยง ความเสียหาย (Damage) และความสูญเสีย (Loss) ทางเศรษฐกิจจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นมาตรฐานสากล ณ ห้อง Half Infinity 1 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ
โดยมี นางสาววรรณภา คล้ายสวน ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม และมี ผศ.ดร. พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่ปรึกษาโครงการ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จำนวนกว่า 80 ท่าน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาแนวทางการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติให้เป็นมาตรฐานสากล และสามารถนำไปใช้สนับสนุนการกำหนดนโยบายของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเสนอผลการศึกษาการประเมินความเสียหาย และความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) ภายใต้หมุดหมายที่ 11 “การลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการได้จัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อร่วมกันพัฒนากรอบการดำเนินงานในประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 เป็นการระดมกรอบแนวคิด กำหนดคำนิยาม และขอบเขตการประเมินความเสี่ยง ความเสียหาย และความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นมาตรฐานสากล ทั้งนี้ กำหนดให้ ความเสียหาย (Damage) หมายถึง ความเสียหายต่อทรัพย์สินและโครงสร้างทางกายภาพ และ ความสูญเสีย (Loss) หมายถึง การสูญเสียผลผลิต รายได้ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายหลังภัยพิบัติ
สำหรับการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 2 เป็นการระดมเพื่อจัดทำแนวทางการประเมินมูลค่าความเสียหายและความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นมาตรฐานสากล โดยประยุกต์ใช้แนวทางการประเมินผลกระทบจากภัยพิบัติขององค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ กรอบการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Office for Disaster Risk Reduction: UNDRR) แนวทางการประเมินความเสียหายและความสูญเสียของธนาคารโลก (World Bank) การประเมินภัยพิบัติของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจสำหรับละตินอเมริกาและแคริบเบียน (Economic Commission for Latin America and the Caribbean: ECLAC) และการประเมินความเสียหายและความสูญเสียในภาคเกษตรขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) ควบคู่กับกรอบการดำเนินงานเซนไดเพื่อการลดความเสี่ยงจากการเกิดภัยพิบัติ (Sendai Framework for Disaster Risk Reduction: SFDRR) มาประกอบการกำหนดกรอบการศึกษาในครั้งนี้
จากผลการศึกษาได้พัฒนากรอบการประเมินความเสียหายและความสูญเสียทางเศรษฐกิจ โดยครอบคลุมภาคเศรษฐกิจสำคัญ 5 ภาคส่วน ประกอบด้วย ภาคเกษตรกรรม ภาคการผลิต ภาคที่อยู่อาศัย ภาคสาธารณูปโภค และภาคมรดกทางวัฒนธรรม และครอบคลุมภัยพิบัติทางธรรมชาติ 5 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย ภัยแล้ง วาตภัย ดินโคลนถล่ม และภัยหนาว พร้อมทั้งจัดทำต้นแบบฐานข้อมูลและระบบแสดงผล เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ผลกระทบในมิติต่าง ๆ ทั้งเชิงพื้นที่ ประเภทภัย และภาคส่วนเศรษฐกิจที่สำคัญ
นอกจากนี้ โครงการได้ทำการประเมินผลกระทบจากอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อปี พ.ศ. 2568 เบื้องต้นพบว่าความเสียหาย ความสูญเสีย และความต้องการฟื้นฟู มีมูลค่ารวม 24,244 ล้านบาท จำแนกเป็น ความเสียหาย 12,280 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 51) ความสูญเสีย 11,359 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 47) และความต้องการฟื้นฟู 605 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 2) ทั้งนี้ ผลการศึกษายังสะท้อนถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องปรับแนวคิดจากการมุ่งเน้นการฟื้นฟูและเยียวยาหลังเกิดภัย ไปสู่การบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงป้องกัน และให้ความสำคัญกับการปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศ (Ecosystem-based Adaptation: EbA) ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบผสมผสาน (Hybrid Infrastructure) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความสูญเสียจากภัยพิบัติในระยะยาว
จากผลการศึกษานำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ (1) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลความเสียหายและความสูญเสียระดับชาติ และมาตรฐานการประเมินให้เป็นระบบเดียวกัน (2) การเปลี่ยนจากการจัดการภัยหลังเกิดเหตุสู่การบริหารความเสี่ยงเชิงป้องกัน (3) การยกระดับแนวทางการปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศเป็นกลไกหลักในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (4) การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และ (5) การพัฒนาระบบเตือนภัย ระบบการเงินเพื่อการปรับตัว และระบบกลไกติดตามผล เพื่อช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างความพร้อมของประเทศในการรับมือกับภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต
ทั้งนี้ สศช. จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมไปใช้ประกอบการปรับปรุงผลการศึกษาและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการวางแผนพัฒนาประเทศและการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ข่าว : กองยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กทว.)ภาพ : จักรพงศ์ สวภาพมงคล