Accessibility

Accessibility Options

การประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (Economic Policy Committee) ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

เมื่อวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2569 ผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นำโดย นางสาวอานันท์ชนก สกนธวัฒน์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน และผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และการวางแผนเศรษฐกิจมหภาค พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองยุทธศาสตร์และการวางแผนเศรษฐกิจมหภาค ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (Economic Policy Committee: EPC) ครั้งที่ 144 ณ สำนักงานใหญ่ OECD กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก และนำเสนอประสบการณ์ของประเทศไทยในการดำเนินนโยบายเพื่อบรรเทาผลกระทบและรองรับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจของ OECD เป็นคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงจากประเทศสมาชิก รวมทั้งประเทศที่กำลังเข้าสู่การเป็นสมาชิก มีภารกิจหลักในการวิเคราะห์โครงสร้างและเศรษฐกิจมหภาค ติดตามตรวจสอบนโยบายเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ โดยจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน ระบบบำนาญ และการคลังสาธารณะ รวมทั้งการหารือเกี่ยวกับผลการศึกษาเชิงลึกในหัวข้อเฉพาะด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจมหภาค

ในการประชุมดังกล่าว OECD ได้รายงานสถานการณ์และความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก (Economic Outlook and Risks) ในปี 2569-2570 โดย OECD ประเมินว่าในช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เศรษฐกิจโลกในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวได้ประมาณร้อยละ 3.2 อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเกิดความขัดแย้ง OECD ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกลง โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ กรณีแรก กรณีสถานการณ์ผลกระทบไม่รุนแรง (Mild Disruption) ซึ่งประเมินว่าราคาพลังงานทยอยปรับลดลงตามกลไกตลาด ส่งผลให้คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะขยายตัวร้อยละ 2.8 ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อยเป็นร้อยละ 3.1 ในปี 2570 และ กรณีที่สอง กรณีสถานการณ์ผลกระทบยืดเยื้อ (Prolonged Disruption) ซึ่งประเมินว่าราคาพลังงานและปุ๋ยยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานาน รวมถึงเกิดภาวะขาดแคลนพลังงานและปัจจัยการผลิตสำคัญ เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.1 ในปี 2569 และร้อยละ 1.8 ในปี 2570 โดยหลายประเทศมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี ทั้งนี้ ความแตกต่างของแต่ละสถานการณ์ขึ้นอยู่กับระดับราคาน้ำมัน การเปลี่ยนแปลงของการคาดการณ์เงินเฟ้อ (Inflation expectations) และระดับความตึงตัวของภาวะการเงินโลก

ซึ่งในการประชุมดังกล่าว ผู้แทน สศช. ได้ร่วมนำเสนอในประเด็นประสบการณ์ของประเทศไทยเกี่ยวกับผลกระทบของราคาพลังงาน ความมั่นคงด้านพลังงาน และความสามารถทางการแข่งขัน (Energy Prices, Energy Security and Competitiveness) สรุปได้ว่า ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางผ่านการปรับสูงขึ้นของราคาพลังงานและความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนได้ปรับตัวผ่านการกระจายแหล่งนำเข้าไปยังประเทศอื่น รวมถึงการหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ชีวภาพและวัสดุทดแทนมากขึ้น ขณะที่ภาครัฐได้ดำเนินมาตรการระยะสั้นเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและภาคเกษตรกรรม ในระยะกลาง รัฐบาลมุ่งใช้วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสในการเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และส่งเสริมการลงทุนสีเขียว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการหารือประเด็นเศรษฐกิจที่สำคัญเพิ่มเติม ได้แก่ ประเด็นนโยบายการคลังและความยั่งยืนทางการคลัง ภายใต้บริบทที่หลายประเทศเผชิญแรงกดดันด้านฐานะการคลังเพิ่มขึ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา การเข้าสู่สังคมสูงวัย และภาระรายจ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานเกี่ยวกับพัฒนาการของตลาดแรงงานในระยะสั้นและระยะปานกลาง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของรูปแบบการทำงาน ประเด็นบทบาทและพัฒนาการของการส่งผ่านสินค้า (Transshipment and trade diversion) และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของห่วงโซ่มูลค่าโลก ภายใต้บริบทความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มการแบ่งขั้วทางการค้าโลกที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งประเด็นมาตรการคัดกรองการลงทุนจากต่างประเทศ และแนวโน้มการกำกับดูแลการลงทุนขาออก (Outbound investment controls) ซึ่งบางประเทศเริ่มนำมาใช้เพื่อควบคุมการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือเงินทุนไปยังภาคส่วนที่มีความอ่อนไหวด้านความมั่นคง

ในโอกาสเดียวกัน ผู้แทน สศช. ยังได้ร่วมหารือกับนาย Jens Arnold, Head of Division และคณะเจ้าหน้าที่จาก Economic Department, OECD เพื่อเตรียมการสำหรับการจัดทำรายงานการสำรวจเศรษฐกิจไทย (Economic Survey) ในระยะต่อไป พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองและสมมติฐานต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย และแผนสำหรับการจัดประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจและการพัฒนา (Economic and Development Review Committee (EDRC) ของไทยในอนาคต


ข่าว/ภาพ : กองยุทธศาสตร์และการวางแผนเศรษฐกิจมหภาค