เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 คณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยรองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ นางภาวิณา อัศวมณีกุล รองเลขาธิการฯ สศช. และผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กองยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และกองยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ สศช. เข้าเยี่ยมชมและหารือการดำเนินงานบูรณาการข้อมูลด้านน้ำของ สสน. โดยได้รับเกียรติจาก ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการ สสน. นำคณะเจ้าหน้าที่ สสน. เข้าร่วมการหารือในครั้งนี้
สสน. ได้นำเสนอความก้าวหน้าในการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำระดับประเทศ โดยหัวใจสำคัญคือ คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ ที่ปัจจุบันสามารถรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลจาก 56 หน่วยงาน 13 กระทรวง เข้าไว้ด้วยกัน โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาประมวลผลผ่านระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (High Performance Computer: HPC) ซึ่งสามารถคาดการณ์สถานการณ์ฝนและสภาพอากาศล่วงหน้าได้ถึง 7 วัน และสามารถระบุพื้นที่เสี่ยงภัยในระดับตำบลล่วงหน้าได้ 24-48 ชั่วโมง
นอกจากนี้ สสน. ยังได้นำเสนอ นวัตกรรมสถานีโทรมาตรอัตโนมัติรุ่นที่ 5 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรของ สสน. โดยปัจจุบันมีการติดตั้งเพื่อตรวจวัดปริมาณฝน ระดับน้ำ และสภาพอากาศทั่วประเทศกว่า 1,600 สถานี และระบบดังกล่าวสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้พลังงานโดยเฉลี่ยเพียง 1 วัตต์ซึ่งสามารถใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกแสดงผลแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ Thaiwater.net และแอปพลิเคชัน ThaiWater เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังภัยพิบัติด้านน้ำได้ด้วยตนเอง
ในด้านการขยายผลสู่พื้นที่ สสน. ได้ยึดมั่นในการทำงานตามแนวพระราชดำริรัชกาลที่ 9 โดยผลักดัน “การจัดการน้ำชุมชน” ที่เน้นให้ชุมชนเข้าใจบริบทพื้นที่ของตนเองผ่านการทำแผนที่และการจัดเก็บข้อมูลโมเดลนี้ช่วยให้ชุมชนสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืนโดยการใช้แนวทาง “ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ” (Nature-based Solutions: NbS) อาทิ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำเพื่อสร้างป่าซับน้ำ การทำโครงสร้างขนาดเล็กเพื่อกักเก็บน้ำตามความลาดชัน การจัดทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งความสำเร็จจากการลงมือทำจริงส่งผลให้ชุมชนเครือข่ายของ สสน. จำนวน 15 แห่ง ได้รับการประกาศเกียรติคุณ FAO Villages Recognition Initiative จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) ซึ่งเป็นหมู่บ้านต้นแบบที่ที่มีความโดดเด่นในการอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำและฟื้นฟูระบบนิเวศ การรักษาและส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น การพัฒนาศักยภาพชุมชนสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ยั่งยืน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ในระยะถัดไป สสน. วางแผนที่จะดำเนินโครงการร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ในการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผสานเข้ากับหลักการทางฟิสิกส์ เนื่องจากปัจจุบันการใช้ AI เพื่อคาดการณ์สภาพอากาศด้วยหลักสถิติเพียงอย่างเดียวประสบปัญหาไม่มีข้อมูลย้อนหลังที่เพียงพอ ประกอบกับปัจจุบันสภาพอากาศมีความแปรปรวนสูงการดึงหลักการทางฟิสิกส์มาทำงานร่วมกับ AI จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้การประมวลผลมีความแม่นยำมากขึ้น
ในช่วงท้าย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ และรองเลขาธิการฯ ได้กล่าวขอบคุณผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สสน. จะนำข้อมูลและตัวอย่างความสำเร็จจาก สสน. โดยเฉพาะความก้าวหน้าด้านข้อมูลสารสนเทศขนาดใหญ่และรูปแบบเครือข่ายน้ำชุมชนที่เข้มแข็ง ไปประกอบจัดทำแนวทางการยกระดับการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่และเครือข่ายน้ำชุมชนในภายใต้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งสนับสนุนให้มีการนำผลการวิเคราะห์ของ สสน. มาใช้ในการการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อวางแผนและขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
ข่าว: กองยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)
ภาพ: กองยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) / สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ