สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดทำร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนในระดับพื้นที่ ครอบคลุม 18 กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมสะท้อนมุมมองและข้อเสนอแนะต่อทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 นางภาวิณา อัศวมณีกุล รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วย นายกงกฤช หิรัญกิจ กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ใน กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และชัยภูมิ ณ ห้องประชุมประโคนชัย โรงแรมอัลวาเรซ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 160 คน
การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เข้าร่วมงาน พร้อมด้วย นายเกรียงศักดิ์ สมจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา ตลอดจนนักศึกษาคณะต่าง ๆ เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง
ที่ประชุมได้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในภาพรวม โดยเน้นความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะต่อไป
ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นในกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศจนถึงเดือนมีนาคม 2569 นอกจากนี้ สศช. ยังได้เปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 14thplan.nesdc.go.th เพื่อให้ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะได้อย่างสะดวกและทั่วถึง
สศช. คาดหวังว่าความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนจะเป็นส่วนสำคัญในการร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ และนำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่มุ่งเสริมสร้างรากฐานการพัฒนา เพิ่มผลิตภาพ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป
ข่าว/ภาพ : กองยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์