Accessibility

Accessibility Options

สศช. จัดหารือภาครัฐและเอกชน เตรียมพร้อมเข้าสู่ช่วงการประเมินทางเทคนิคกับ OECD

          เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกับนางสาวรุจิกร แสงจันทร์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และ ดร.ณรัณ โพธิ์พัฒนชัย ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ 3 หน่วยงาน จัดการประชุมหารือหน่วยงานรับผิดชอบในคณะกรรมการ OECD ที่จะประเมินการเข้าเป็นสมาชิกของไทย เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ช่วงการประเมินทางเทคนิค (Technical Review) ซึ่งเป็นขั้นสำคัญของกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยมีนางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการ สศช. นางสาลินี ผลประไพ รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 100 คน จาก 47 หน่วยงาน

          ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าในการขับเคลื่อนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การยื่นสมัครเข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 การดำเนินการในปี 2568 ที่หน่วยงานไทยได้ประเมินตนเอง (Self-assessment) เพื่อจัดทำบันทึกเบื้องต้น (Initial Memorandum: IM) จนเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 นายกรัฐมนตรีได้ยืนบันทึกเบื้องต้นให้กับรองเลขาธิการ OECD นับเป็นก้าวสำคัญของไทยที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จขั้นตอนหนึ่ง และในปี 2569 ไทยจะเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินทางเทคนิค ซึ่งจะมีการดำเนินการร่วมกันอย่างเข้มข้นระหว่างสำนักเลขาธิการ OECD กับหน่วยงานไทยและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มจากการตอบแบบสอบถาม (Questionnaires) ภารกิจ Fact-finding Mission เพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การจัดทำรายงานภูมิหลังประเทศไทย (Background Report) เสนอคณะกรรมการ OECD เพื่อพิจารณาให้ข้อเสนอแนะ (Recommendations) แก่ไทยในการปรับกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติภายในประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD ซึ่งอาจต้องใช้เวลาและจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ไทยบรรลุเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ก่อนปี 2573

          ในโอกาสนี้ เลขาธิการ สศช. ได้เน้นย้ำความสำคัญของการเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงาน OECD ที่จะประเมินการเข้าเป็นสมาชิกของไทย รวมประมาณ 52 คณะ โดยถือเป็นโอกาสสำคัญที่หน่วยงานไทยจะได้แสดงบทบาทอย่างแข็งขันในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตอบข้อซักถามในที่ประชุม (Active Participant) อันสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของไทยในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD  รวมทั้งการดำเนินการหารือกับสำนักกฎหมาย OECD (OECD Directorate for Legal Affairs) ซึ่งเป็นผู้ประสานงานหลักในการเข้าเป็นสมาชิก OECD (OECD Accession Coordinator) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและติดตามภาพรวมความก้าวหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD นอกจากนี้ เลขาธิการ สศช. ยังสนับสนุนให้หน่วยงานไทยทำงานเชิงรุกร่วมกับ OECD เพื่อเรียนรู้กระบวนการทำงานอย่างสร้างสรรค์ เสริมสร้างองค์ความรู้ และเพิ่มพูนปฏิสัมพันธ์กับ OECD อย่างต่อเนื่อง

          นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการสร้างความร่วมมือกับประเทศสมาชิก OECD ผ่านกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพ (Capacity Building) โดยส่งเสริมให้หน่วยงานไทยดำเนินการอย่างเชิงรุกและสร้างสรรค์ เพื่อเสริมความพร้อมด้านเนื้อหาและยกระดับการมีส่วนร่วมในกระบวนการประเมิน ซึ่งจะช่วยให้การเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ในด้านการสนับสนุนเชิงระบบ สคก. อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบดิจิทัลกลางเพื่อรองรับการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในการตอบแบบสอบถาม ประสานงาน และจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ OECD อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้งานได้ภายในกลางปีนี้ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถทำงานบนแพลตฟอร์มเดียวกันและลดความซ้ำซ้อน

           ในขณะเดียวกัน หน่วยงานไทยจะเริ่มขับเคลื่อนการสื่อสารและสร้างความเข้าใจต่อบทบาทและผลกระทบของการเข้าเป็นสมาชิก OECD ทั้งในระดับภาพรวมและบริบทเฉพาะด้าน เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ในทุกภาคส่วน และเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นสมาชิก OECD อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต

          สำหรับการดำเนินการระยะถัดไป ฝ่ายเลขานุการ 3 หน่วยงานจะทำหน้าที่ประสานงานและสนับสนุนการประเมินทางเทคนิคของหน่วยงานไทยอย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าหมายว่าการประเมินทางเทคนิคจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี (2569 – 2571) เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายของรัฐบาลไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ก่อนปี 2573 เพื่อยกระดับมาตรฐานภายในประเทศให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

 

 

ติดตามการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทยได้ที่
inter.nesdc.go.th/th2oecd/

 

ข่าว : กองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ
ภาพ : จักรพงศ์ สวภาพมงคล